าอาณาเขตทะเลทรายแห่งนี้จะจบลงอยู่ที่ใด นี่ขนาดเขามีพลังจิตที่สามารถตรวจสอบได้ถึงสองพันเมตรเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เขาพอจะเห็นได้ก็คงจะมีเพียงกองกำลังอื่นที่ปรากฏตัวให้พบเห็นบ้างเป็นครั้งคราว
“องครักษ์หยาน อีกนานแค่ไหนถึงจะถึงบันไดสู่สวรรค์อะไรนั่นกัน”
“ใกล้แล้วน่า อีกไม่กี่กิโลเมตรก็น่าจะถึงที่หมายแล้ว”
“ข้าว่าเราบินไปจะดีกว่า ยังไงซะก็ไม่มีใครรับรู้ตัวตนของเจ้าอยู่แล้วนี่นา แถมที่นี่ยังไม่มีใครกล้าที่จะสู้กันอีก”
“เมื่อพูดจบ หยานเสวี่ยได้กางปีกของเธอขึ้นฟ้าไป เฉินเฉียงนั้นพยายามจะคว้าตัวเธอไว้แต่ก็ไม่ทันการณ์ นี่ทำให้เขานั้นทำได้เพียงบินตามเธอไปเพียงเท่านั้น”
“ดูนั่น นั่นมันพวกเรานี่นา พวกเขาบินขึ้นฟ้าไปอย่างไม่แยแสต่อสิ่งใดแบบนี้ ข้าว่าเราตามเขาไปดีกว่า”
“พี่น้องเอ๋ย เจ้าไม่กลัวว่าพวกมนุษย์จะพบเห็นแล้วโจมตีใส่เรารึไงกัน”
“กลัวอะไรกัน ท่านไม่เห็นปีกของนายท่านผู้นั้นเหรอ จากขนาดนั่นข้าบอกได้เลยว่าอย่างน้อยๆก็น่าจะอยู่ในระดับกึ่งราชา หากเราไปอยู่ใกล้กับเขาแล้วจะต้องกลัวสิ่งใด”
“หลังจากพูดจบ มนุษย์กลายพันธุ์กองหนึ่งก็ได้เร่งติดตามเฉินเฉียงและหยานเสวี่ยไปบนอากาศ”
ส่วนมนุษย์ที่อยู่ไม่ไกลนัก เมื่อได้เห็นว่ามนุษย์กลายพันธุ์กองนี้ได้เผยตัวและบินขึ้นฟ้าไป นี่ทำให้หน้าตาของพวกเขาฉายแววเย็นชา
“ฮึ่ม กล้าที่จะมาเผยตัวต่อหน้าพวกเราแบบนี้ พวกมันคงไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาสินะ พี่น้อง รีบเข้าไปเข่นฆ่ามั