ในกองกำลังของท่าน และข้าก็ไม่เชื่อว่าท่านเป็นมนุษย์กลายพันธ์ุ แล้วจะให้ข้าทนเห็นท่านตกอยู่ในอันตรายโดยไม่ช่วยเหลือได้ยังไง”
เมื่อได้เห็นท่าทางของเว่ยฉิงเชินที่กำลังโศกเศร้านี้ เฉินเฉียงก็อดที่จะปวดใจไม่ได้ เขาฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดออกไป “ฉิงเชิน ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าต้องเชื่อมั่นในโชคชะตาของข้าแล้วล่ะนะ หากองครักษ์หยานจะทำอะไรกับข้านั้นก็ปล่อยให้นางทำไปอย่าได้เป็นกังวล”
หลังจากปลอบเว่ยฉิงเชินไปแล้ว เฉินเฉียงก็ได้พูดออกมาอย่างเย็นชา “องครักษ์หยาน ข้าแนะนำว่าท่านไม่ควรจะสร้างความยุ่งยากให้กับคนในกองกำลังของข้า ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ต่อให้ข้าต้องตายก็จะลากท่านไปด้วย”
หยานเสวี่ยไม่ได้แยแสต่อคำขู่นี้แล้วกล่าวตอบออกไปอย่างเย็นชายิ่งกว่า “เฉินเฉียง เจ้าควรจะห่วงตัวเองจะดีกว่านะ”
หลังพูดจบ หยานเสวี่ยได้ปล่อยคลื่นพลังดึงดูดจากมือของเธอ
“หื้มมม”
หยานเสวี่ยขมวดคิ้วแน่นและลองดูอีกครั้ง แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจตรวจพบแผ่นแก่นพลังงานไปได้
“จริงรึ”
หยานเสวี่ยได้ถอนมือของตนออกมาช้าๆพลางนิ่งคิด
ถึงแม้ว่าหยานเสวี่ยที่เป็นผู้บ่มเพาะของพวกมนุษย์กลายพันธุ์นั้นได้รับรู้ว่าเฉินเฉียงนั้นไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์แต่อย่างใดแล้ว นี่ทำให้เว่ยเฉินเชินและคนอื่นๆต่างก็มีความสุขขึ้นมา
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่ใหญ่ต้องไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์” เว่ยฉิงเชินได้ดึงเฉินเฉียงเข้ามาหาเธอพร้อมน้ำตานองหน้า
แต่โดยไม่คาดคิด หยา