ว่าไอ้เรื่ององค์กรนี้ข้าเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ท่านเว่ยเองได้บอกข้ามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นว่าฮุยตู๋นี้คือขุมกำลังลึกลับที่ต่อให้ทั้งเผ่าพันธุ์ของเรายังยากจะทัดทานได้”
“ท่านเว่ยได้แต่หวังเพียงว่าจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือในการเชื่อมสัมพันธ์อันดีกับคนขององค์กรนี้ไว้เพียงเท่านั้น ในอนาคต ไม่แน่ว่าพวกเราเองอาจจะได้รับการร้องขอจากคนพวกนี้”
ถึงแม้ว่าเรื่องที่เฉินเฉียงเล่ามานี้จะดูสมบูรณ์แบบจนพอจะหลอกทุกคนได้ชั่วคราวก็ตาม
แต่อย่างน้อยๆ เจิ้งยี้ กัวเหลียง และคนอื่นๆที่เห็นความทรงพลังของหยานเย่วมาแล้วว่าทรงพลังเทียบเท่ากับมนุษย์กลายพันธุ์จริงๆ
“ฮี่ฮี่ฮี่ เอาน่า ตราบใดที่เจ้าไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์เท่านั้นก็พอแล้ว เรื่องนี้ทำให้ข้ากลัวจนเกือบจะตายเลยนะ”
“นั่นสิ หากกัปตันของพวกเรานั้นเป็นมนุษย์กลายพันธุ์จริงๆล่ะก็ ข้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”
หลางซานเอ๋อได้เกาหัวตัวเองและพูดออกมาแสดงออกถึงความโล่งอก
เฉินเฉียงได้มองไปที่เขาอย่างลึกซึ้งและหันไปถามจางหยวนและเจิ้งยี่ “จางหยวน เจิ้งยี่ พวกเจ้ายังคิดว่ามนุษย์กลายพันธุ์ทั้งหมดสมควรตายหรือไม่”
“แน่นอน เจิ้งยี่และจางหยวนตอบออกมาพร้อมกันอย่างไม่ลังเล”
“แล้วไอ้พวกที่เอาแต่มองความทุกข์ยากของพวกเรานั่นล่ะ” เฉินเฉียงถามออกมาด้วยเสียงอันเย็นยะเยียบ
“จางหยวน ข้าไม่เชื่อหรอกนะว่าเจ้านั้นจะไม่รับรู้ว่ามีนักรบเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่กว่าห้าสิบคนตอนที่พวกเจ