ใจและมองไปที่เฉินเฉียงและหลินฟานและพูดออกมา
“เฉินเฉียง หลินฟาน พวกข้าทุกคนได้เห็นพวกเจ้าสู้กันแล้ว”
“พวกเจ้าทั้งสองต่างก็เป็นอัจฉริยะของเผ่าพันธุ์ที่หาได้ยากยิ่ง พวกเราจึงคิดว่าพวกเจ้าสมควรจะจบมือปรองดองเลิกแล้วต่อกัน ไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
“หึ….หึหึ….หึหึหึ จับมือปรองดองเลิกแล้วต่อกันเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า” เฉินเฉียงได้หัวเราะอย่างดังลั่น “ท่านเว่ย นี่ไอ้การเตรียมใจของพวกเราที่ลงชื่อในสัญญาเป็นตายนั่นมันไร้ค่าไม่ได้ต่างจากอาจมเลยรึไงกัน”
“หรือว่าเป็นเพราะไอ้พวกเสือขาวนั้นยอมรับพ่ายแพ้กันไม่ได้กันแน่”
คำพูดที่ก้าวร้าวของเฉิงเฉียนได้ทำให้เหล่าศิษย์สำนักเสือขาวจ้องเขากันอย่างตาเขม็ง
หากว่าสายตานั้นสามารถฆ่าคนได้ละก็ เฉินเฉียงก็สมควรจะถูกสายตาของศิษย์สำนักเสือขาวฆ่าตายนับพันครั้งเห็นจะได้
แม้แต่ผอ.สำนักเสือขาวอย่างหลัวเฟิงเองก็ยังรู้สึกโดนคำพูดของเฉินเฉียงคุกคามเมื่อได้ยิน
อย่างไรก็ตาม ด้วยความคิดที่จะรักษาไว้ซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผอ.แห่งสำนักเสือขาวอย่างเฉียนฝู่เองได้มองภาพรวมแล้วคิดว่านี่เป็นวิธีการที่ดีกว่าจึงได้ตวาดออกมา
“เฉินเฉียง เจ้าหยุดพูดจาเกินเลยเดี๋ยวนี้ ที่ท่านเว่ยตัดสินใจทำแบบนี้เป็นเพราะเห็นแก่มนุษยชาติที่ต้องสามัคคีกันเอาไว้”
“เจ้าเองก็ใช้ฝีมือที่แข็งแกร่งพิสูจน์ตนเองแล้วไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงยังคิดฆ่าหลินฟานอีก”
เฉินเฉียงได้ยักไหล่ไปหนึ่งทีก่อนจะพูดออกมา