ิญแค่คนในครอบครัว”
อ๋องเจี่ยนได้ยินก็โกรธจนพูดไม่ออก
เขาไม่รู้ว่าตนเองกลายเป็นคนนอกตั้งแต่เมื่อไร!
และปัญหาที่ว่าหมายถึงอะไร?
เดิมทีอ๋องเจี่ยนก็ฝืนยิ้มอยู่แล้ว เวลานี้จึงยิ่งรักษาแม้แต่ความสุภาพอ่อนโยนภายนอกไว้ไม่ได้แล้ว จึงเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ถึงจะเอ่ยเช่นนั้น แต่พิธีนี้กลับไม่อาจยกเลิกได้ แม้พิธีปักปิ่นนี้จะเป็นเรื่องของพวกผู้หญิงในวังหลัง ทว่าถึงอย่างไรก็เจอแล้ว กระหม่อมก็ไปแสดงความยินดีกับท่านหญิงเจียหนานกับฝ่าบาทด้วยแล้วกัน ถือโอกาสบอกคนในครอบครัวด้วย ให้ตงหยางกับอู่หยางเข้าวัง คนเยอะยิ่งคึกคัก”
จ้าวอี้ตั้งใจจะเอาใจเจียงเซี่ยน คิดว่าอ๋องเจี่ยนไปแล้ว เจียงเซี่ยนยิ่งมีหน้ามีตา จึงไม่เพียงแต่ตอบว่า “ได้” ติดกันหลายครั้ง ทว่ายังสั่งซุนเต๋อกงว่า “เจ้าไปบอกเสี่ยวโต้วจึ ให้เขาพาคนไปจัดสวนดอกไม้ของวังฉือหนิงหน่อย จุดโคมไฟกับดอกไม้ไฟเล็กน้อย วันนี้พวกเราจะไปรับประทานอาหารเย็นที่วังฉือหนิง” แล้วถอนหายใจพลางเอ่ยกับอ๋องเจี่ยนอีกว่า “เสียดายที่อากาศหนาวเกินไป ไม่อย่างนั้นจะได้ชมโคมไฟกับพระจันทร์ในสวนดอกไม้เหมือนเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็เป็นเรื่องสนุกเช่นกัน”
“ฝ่าบาทตรัสถูกต้อง” อ๋องเจี่ยนไม่มีแรงโกรธจ้าว