งทางของเมืองเป่าติ้งครึ่งวัน พรุ่งนี้พวกเราออกเดินทางกลับเมืองหลวงแต่เช้า” แล้วก็เอ่ยกับหวังจ้านอีกว่า “เจ้าก็กินกับข้าหน่อย ตอนบ่ายพักผ่อนและปรับปรุงกำลังเล็กน้อย ในเมื่อเป่าหนิงกลับเมืองหลวง อย่างไรก็ต้องอยู่หลายเดือน มีเรื่องอะไรก็ไม่รีบตอนนี้เช่นกัน”
หวังจ้านออกเดินทางช้ากว่าเขา ทว่ากลับมาถึงไล่เลี่ยกับเขา จะเห็นได้ว่าตลอดทางนี้ลำบากแค่ไหน
“ได้!” หวังจ้านไม่เลื่อนออกไป หลิวตงเยว่จึงออกไปหวีผมและล้างหน้าเป็นเพื่อน
เจียงเซี่ยนมองภาพเงาด้านหลังของหวังจ้าน และแอบถอนหายใจ
หวังจ้านผอมไปมาก เครื่องแบบขุนนางสวมอยู่บนร่างโซเซ นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือสีหน้าของหวังจ้านก็ไม่ดีเช่นกัน เหมือนจู่ๆ ก็เซื่องซึมลงไป สีหน้าดูแย่มาก
นางอดที่จะถามเจียงลวี่ไม่ได้ “ท่านพี่อาจ้านอยู่ในหน่วยองครักษ์ไม่ดีหรือ?”
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” อาจจะเป็นเพราะอยู่ด้วยกันทุกวัน เจียงลวี่จึงไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของหวังจ้านมากเท่าเจียงเซี่ยน เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าอย่ามองว่าอาจ้านอยู่ต่อหน้าพวกเราไม่พูดอะไรเลย เวลาอยู่ต่อหน้าคนนอกไม่ใช่แบบนี้ เขาสุขุมทีเดียว เกาหลิ่งหัวหน้าหน่วยองครักษ์ชอบเขามาก ยังอยากให้หลานสา