างตะกุกตะกักว่า “เจ้าถามเรื่องนี้ทำไม?”
หลี่ตงจื้อยิ้มและเอ่ยว่า “ท่านอยากคุยเรื่องพวกนี้กับข้าไม่ใช่หรือ?”
“โอ๊ย!” เหอถงเหนียงหน้าแดงขึ้นแล้ว
แต่นางไม่มีพี่น้องจริงๆ จึงไม่มีคนอื่นที่สามารถระบายได้
นางลุกขึ้นมาดื่มชาเล็กน้อย และกินของว่างชิ้นหนึ่ง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “พี่เขยของเจ้าดีกับข้ามาก แม้เขาจะเป็นลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยา อยู่ในบ้านพูดไม่ได้ ตอนที่แม่สามีให้ข้าทำอะไร เขามักจะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น แต่พอกลับถึงห้องกลับช่วยล้างเท้าให้ข้าอย่างใส่ใจ…” นางพูดไป ในดวงตาก็ฉายแววเคลิบเคลิ้มเหมือนความฝัน “อย่ามองว่าเขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น ทุกเรื่องอยู่ในใจเขา และมักจะช่วยข้าอย่างเงียบๆ…เขาก็น่าสงสารเช่นกัน ไม่มีแม่แท้ๆ ตั้งแต่เด็ก…มิน่าเล่าเขาถึงเป็นคนอ่อนโยนและเอาใจใส่…”
หลี่ตงจื้อได้ยินก็หัวเราะ
เหอถงเหนียงทั้งโกรธและอาย จึงกระโจนเข้าไปจั๊กจี้นาง
หลี่ตงจื้อรีบขอความเมตตาเสียงเบา
เหอถงเหนียงไม่กล้าหยอกล้ออีก กลัวผมยุ่งและเครื่องสำอางเลอะ ทิ้งภาพจำอันเหลาะแหละไว้ให้แม่สามี ไม่ดีต่อจินเฉิง จึงถือโอกาสปล่อยหลี่ตงจื้อเช่นกัน และเรียกสาวใช้ประจำตัวเข้ามาดูว่าหน้าของนางเลอะหรือไม่
สาวใช้