ทว่าเรื่องเกี่ยวกับตั๋วเงินนั้นเขาบอกใครไม่ได้ เมื่อครู่เขาทนไม่ไหวจึงบอกหลี่หลินไปแล้ว…ความจริงเขาควรจะปิดบังแม้แต่หลี่หลิน
หลี่หลินได้ยินแล้ว สีหน้าก็นิ่งไปครู่หนึ่งอย่างที่คิดจริงๆ ครู่ใหญ่ถึงจะฝืนทำจิตใจให้สดชื่นขึ้นและยิ้มให้หลี่จี้ พลางเอ่ยว่า “เจ้านี่โชคดีมาก นั่งอยู่บ้านไม่ทำอะไรเลย ย ก็ส้มหล่น ต่อไปหากพี่ไม่มีเงินอยากยืมเงินเจ้าใช้สักหน่อย เจ้าห้ามเอ่ยปากปฏิเสธนะ!”
“แน่นอน แน่นอน” หลี่จี้รีบเอ่ย และเบี่ยงประเด็นนี้
หลี่หลินก็คุยกับเขาอย่างใจลอยเช่นกัน
พอถึงตอนเย็น พวกเจิ้งฉงต่างรู้ว่าอีกสองวันหลี่หลินจะกลับไปแล้ว จึงพากันมาเลี้ยงส่งเขา
หลี่หลินปฏิเสธไม่ได้ จึงตอบตกลง โดยเจิ้งฉงเป็นเจ้าภาพ และรวมตัวกันในร้านอาหารที่กินอาหารซานตงอีกแห่งหนึ่ง
แต่ถึงจะเป็นการรวมตัวก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะดื่มเหล้าเช่นกัน
สองสามถ้วยลงไป หลี่หลินก็พูดมากขึ้นแล้ว ในนั้นไม่รู้ว่าใครเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานของเจิ้งฉง
เจิ้งฉงสีหน้าแดงก่ำ และเอ่ยว่า “ข้าอายุยังน้อย ท่านพ่อบอกว่ารออีกสองสามปี” เขาเอ่ยพลางคิดถึงความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวช่วงสองปีนี้ แล้วกลายเป็นผิดหวังเล็กน้อยขึ้นมาทันที จ จึงเอ่ยว่า “ข้าก็รู้เช่นกั