เจียงเซี่ยนโล่งอก ในที่สุดใบหน้าที่ร้อนเล็กน้อยก็กลับมาอุณหภูมิเท่าเดิม นางยิ้มพลางล้างเครื่องสำอาง และขึ้นเตียง
ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อปล่อยม่านเตียงลงอย่างแผ่วเบา และดับไส้ตะเกียงของโคมวังหลวงตรงมุมกำแพงสองดวง เหลือเพียงแสงไฟน้อยนิดขนาดเท่าเมล็ดถั่ว ส่องในห้องอย่างสลัวๆ อบอวลไปด้วยกล ลิ่นอันอบอุ่น
หลี่เชียนพลิกตัวและกอดเจียงเซี่ยนไว้ในอ้อมแขน ในใจเหมือนไฟกำลังลุกไหม้
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะดิ้นเล็กน้อย และเอ่ยว่า “เจ้ากอดแน่นขนาดนี้ทำไม? ข้าใกล้จะหายใจไม่ออกแล้ว!”
“เด็กดี!” หลี่เชียนเอ่ยเสียงอู้อี้ แล้วก้มหน้าลงมาฝังตรงซอกคอของเจียงเซี่ยนและสูดหายใจลึกสองสามครั้ง
กลิ่นหอมที่ไม่รู้ชื่อผสมความร้อนบนตัวเจียงเซี่ยนอบออกมาเป็นกลิ่นที่ทำให้เขาเลือดเดือดพลุ่งพล่าน ทำให้เขารู้สึกว่ากอดก็ผิด ไม่กอดก็เสียดาย จนแทบอยากจะให้เวลาหยุดลงตรงน นี้ ทำให้เขาสามารถกอดคนน่ารักในอ้อมแขนแบบนี้ได้ตลอดไป
หน้าของเจียงเซี่ยนแดงจนเหมือนเลือดจะหยดออกมาได้ทันที ความร้อนตรงซอกคอราวกับปีนเข้าไปในใจของนาง ทำให้นางสองขาอ่อนแรง หลังและแขนขาชาไร้เรี่ยวแรง ลนลานและคิดฟุ้งซ่าน
“เจ้า…เจ้าจะทำอะไร?” นางเอ่ยอย่างกระวนกระวา