ันแต่งงานแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว!”
ทว่าก็ต้องไปจากนางแล้วเช่นกัน
ไทฮองไทเฮาคิดแล้ว หางตาก็ปรากฏประกายน้ำตา
หลายวันต่อมา นางไปไหนก็ให้เจียงเซี่ยนไปเป็นเพื่อนตลอด
เจียงเซี่ยนก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาเช่นกัน มีคืนหนึ่งถึงกับค้างคืนในตำหนักของไทฮองไทเฮา ปรากฏว่าตื่นมาเช้าวันรุ่งขึ้น หนาวมาก อากาศมืดครึ้ม จู่ๆ อากาศก็เปลี่ยนเป็นหนาวไปถึงกระดูกในทันใด
ไทฮองไทเฮาสั่งให้จุดกระถางไฟแล้ว
เจียงเซี่ยนกลัวฤดูหนาวที่สุด นางห่อตัวด้วยเสื้อขนสัตว์และไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น ขดตัวอยู่บนเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่างพลางคุยเล่นกับไทฮองไทเฮา
จู่ๆ ไทฮองไท่เฟยก็พาพวกไป๋ซู่กับเมิ่งฟางหลิงทยอยเดินเข้ามา ในมือของเมิ่งฟางหลิงยังถือชามที่มีควันกรุ่นๆ ด้วย และไทฮองไท่เฟยก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เป่าหนิง ยินดีด้วย อายุมากขึ้นอีกปีแล้ว”
เจียงเซี่ยนร้องว่า “อ๊ะ” และลุกขึ้นนั่ง
วันนี้นางอายุครบสิบสี่ปี
นางลืมเรื่องนี้ไปเลย
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ
ไป๋ซู่ยกบะหมี่อายุยืนมาตรงหน้านางเองกับมือ
ชามดูใหญ่ ความจริงน้ำแกงมากบะหมี่น้อย วางไข่ไก่สองฟอง ตกแต่งด้วยผักกวางตุ้งสองสามชิ้น ใส่น้ำมันงาเล็กน้อย ได้กลิ่นและเห็นแล้วก็ทำให้คน