หนึ่ง สื่อไปในทางว่าส่งแขก
หลี่เชียนรู้ว่าฮูหยินฝางคิดอะไรอยู่ในใจจึงบอกลา
เจียงลวี่มานั่งข้างกายฮูหยินฝางทันที เขาพิงหมอนอิงใบใหญ่อย่างเล่นๆ และเอ่ยว่า “หลายวันนี้ข้าเหนื่อยแทบตาย ถูกท่านอาฉีลากไปดื่มเหล้าทุกวัน ตอนนี้ข้าได้กลิ่นเหล้าก็จะอ้วกแล้ว”
ฮูหยินฝางได้ยินก็ยิ้มตลอด และลูบศีรษะของลูกชายอย่างเอ็นดู พลางเอ่ยว่า “ข้าว่าเจ้าผอมลงกว่าแต่ก่อนมาก ข้ามาแล้ว เรื่องของน้องสาวเจ้าก็มอบให้ข้าแล้วกัน เจ้าพักผ่อนให้เต็มที่ ฟื้นฟูเนื้อที่หายไปกลับมา”
เจียงลวี่ยิ้มและพยักหน้า และถามฮูหยินฝางว่า “แล้วทำไมท่านถึงมาอย่างกะทันหัน?”
“พ่อเจ้าเป็นคนให้ข้ามา” ฮูหยินฝางตอบคำหนึ่งก็เปลี่ยนเรื่อง “ท่านหูจากฝ่ายบัญชีก็ตามข้ามาด้วย พ่อเจ้าให้ข้าพบเจ้าแล้วก็เร่งให้เจ้าไปพบท่านหู”
ตระกูลเจียงควบคุมต้าถงกับเมืองเซวียนมาหลายรุ่น แน่นอนว่าย่อมมีเรื่องที่ไม่อาจให้คนนอกรู้ได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีรีดเงินของตระกูลเจียง ที่ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาก็มีแต่ผู้นำตระกูลของตระกูลเจียงเท่านั้นที่รู้
เจียงลวี่ได้ยินแล้วยังคิดว่ามารดามาเพื่อตบตาสายตาของคนนอก จึงไม่ได้ถามอะไรมากนัก เขาคุยเรื่องส่วนตัวกับมารดาไม่กี่คำ ก็ลุกขึ้นบอกลา และคิดหาทางไปพบท่านหูจากฝ่ายบัญชีโดยไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น
ฮูหยินฉีพาฉีตานกับฉีซวงมาเยี่ยมฮูหยินฝาง
สตรีพบกัน ย่อมมีความรู้สึกคิดถึงที่แยกจากกันมานาน หลังจากฉีเซิ่งมาคารวะฮูหยินฝางแล้ว ฮูหยินฉี