อ่ยอีกว่า “พวกเราเข้าสู่อาณาเขตของซานซีแล้ว กองบัญชาการต้าถงนั้นอย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้ก็จะมีคนมาเสริมกำลัง หากพวกเราหาเป่าหนิงเจอก็ดี…” เขาเอ่ยจบก็กินขนมอีกสองสามคำ เศษขนมสีขาวตกกระจัดกระจายอยู่บนเสื้อด้านหน้าของเจียงลวี่ เขากินต่อเหมือนมองไม่เห็น
หวังจ้านนึกถึงมาดของลูกหลานตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจที่รูปงามและมีความสามารถตอนที่เขาเข้าวัง แล้วก็อดที่จะรู้สึกนับถือไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “ท่านพี่อาลวี่ มิน่าเล่าคนอื่นต่างบอกว่าท่านลุงเจียงมีคนสืบทอดงานแล้ว ท่านก็ทำสงครามเก่งมากเหมือนกันใช่หรือไม่?”
“เรื่องทำสงครามจะบอกว่าดีหรือไม่ดีได้อย่างไร?” เจียงลวี่ได้ยินก็วางขนมในมือลง และเอ่ยอย่างไม่ค่อยสบายใจว่า “แม่ทัพที่มีชื่อเสียงเหล่านั้นต่างเกิดมาจากกองกระดูกของผู้คนมากมาย…”
หวังจ้านไม่เอ่ยสิ่งใด
มีทหารสอดแนมวิ่งมาหา และเอ่ยด้วยเสียงดังกระชั้นว่า “คุณชายใหญ่ พวกเราพบร่องรอยของท่านหญิงแล้วขอรับ พวกเขาเข้าซานซีทางด่านเหนียงจื่อ หากเดาไม่ผิดล่ะก็ พวกเขาอาจจะเลาะไปตามผิงติ้ง หยางเฉวียน โซ่วหยางและไปยังไท่หยวนขอรับ”
เจียงลวี่กับหวังจ้านลุกขึ้นยืนทันที หวังจ้านเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ!”
เรื่องราวเกี่ยวพันถึงสถานการณ์โดยรวม ทหารสอดแนมก็ไม่กล้ารับประกันเช่นกัน แต่เอ่ยว่า “คนๆ นั้นไม่ได้ปิดบังร่องรอยของตนเอง สองวันก่อนพวกเขายังซื้อพวกเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ร้านขายเครื่องปร