เป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอแบบนี้ตั้งนานแล้ว
เขาเข้าไปคารวะอย่างนอบน้อม แล้วนั่งลงบนเตียงอุ่นตรงข้ามเฉาไทเฮาเมื่อนางส่งสัญญาณให้ และถามถึงการใช้ชีวิตประจำวันของเฉาไทเฮาอย่างใส่ใจ “…ตอนนี้อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ภูเขาวั่นโซ่วมีดอกไม้และต้นไม้ทุกที่ แมลงก็เยอะเช่นกัน ไทเฮาก็อย่ามัวแต่รักษากฎในวังอยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ ให้พวกขันทีจุดอ้ายเซียงเร็วหน่อยดีกว่า”
“ข้ารู้แล้ว” เฉาไทเฮาไม่ค่อยชินกับชีวิตประจำวันในครอบครัวแบบนี้ นางเอ่ยส่งๆ สองสามคำอย่างหงุดหงิด แล้วถามถึงหลี่เชียน “ครั้งก่อนข้าอ่านจดหมายที่เขาเขียนมา บอกว่าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และไปหาหูอี่เหลียงมาแล้วเช่นกัน เขาคิดว่าจะไปเสฉวนก่อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิสักเที่ยว เจ้าอยากไปกับเขาหรือไม่?”
ชนกลุ่มน้อยทางเหนือรุกรานเมืองหลวง ในสิบครั้งมีแปดครั้งเป็นเพราะอากาศไม่ดี เก็บเกี่ยวได้น้อย จึงไม่มีของกิน ทว่าหลังจากผ่านฤดูหนาวไปแล้ว ฤดูใบไม้ผลิที่ขาดแคลนผลผลิตทางการเกษตรชั่วคราวกลับเป็นเวลาที่พวกเขาอดทนได้ยากที่สุด และส่วนใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เปิดศึกกันช่วงนั้น
เฉาเซวียนอึ้งไปเล็กน้อย
เขากำลังกลุ้มอยู่ว่าจะหาข้ออ้างอะไรเอ่ยถึงหลี่เชียน เฉาไทเฮาก็เอ่ยถึงหลี่เชียนขึ้นมาเอง นี่ถือว่าคิดสิ่งใดได้สิ่งนั้นหรือไม่
หมิ่นโจวยกชากับของว่างเข้ามาด้วยตนเอง
เฉาเซวียนมองลูกพลัมเกินครึ่งชามที่วางอยู่ในชามเครื่องเคลือบขาสูงสีขาวเล็กๆ แต่ละลูกขนาดเท่าจอกเหล้าเท่า