นเมืองของซานซีมาให้กระหม่อมพอดี กระหม่อมก็พูดออกไปโดยไม่ได้คิดอะไร ปรากฏว่าผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็เขียนจดหมายมา ไม่เพียงแต่ถามถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ ยังถามกระหม่อมว่าจินเซียวชวนใครบ้าง และยังบอกว่าจินเซียวเป็นวีรบุรุษหนุ่ม บิดาเป็นแม่ทัพไท่หยวน ส่วนจินเซียวก็ดำรงตำแหน่งแม่ทัพโหยวจีที่กองบัญชาการอวี๋หลิน เป็นตระกูลที่คบหากับตระกูลเซ่าของแม่ทัพอวี๋หลินมาหลายชั่วอายุคน หากสามารถผูกมิตรกับจินเซียวได้ก็ดี ต่อไปมีอะไรก็จะได้มีคนประสานงานสักคน เสียดายที่เขาไม่อยู่เมืองหลวง ไม่อย่างนั้นการรวมตัวที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องมาร่วมด้วย แถมยังบอกว่า หากมีโอกาส ให้กระหม่อมแนะนำจินเซียวให้เขาด้วย”
“กระหม่อมจะรู้ได้อย่างไรว่าหมอนั่นกำลังหยั่งเชิงกระหม่อมล่ะพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมไม่เพียงแต่รับปากว่าจะแนะนำจินเซียวให้เขา ยังปลอบใจเขาว่านี่เป็นเพียงการรวมตัวกันธรรมดา และเพื่อประจบตระกูลเจียงกับจ้าวเซี่ยว จินเซียวยังชวนเจียงลวี่กับท่านหญิงเจียหนานด้วย…”
เฉาเซวียนก้มหน้าลงอย่างลำบากใจเล็กน้อย
“เสด็จป้า เรื่องนี้เป็นความผิดของกระหม่อมเอง เมื่อก่อนเสด็จป้าเคยเตือนกระหม่อมว่า ตระกูลหลี่เป็นเพียงอาวุธสังหารในมือของพวกเราเท่านั้น ดึงมาเป็นพวกก็พอ ไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ขนาดนั้น แต่กระหม่อม…กระหม่อมกลับคิดเพ้อเจ้อที่จะโน้มน้าวเขาด้วยความเป็นพี่น้อง ทำให้เขายอมเชื่อฟังกระหม่อมทุกอย่าง จึงปิดบังทุกอย่างให