ด้ยินหวังจ้านถามคำถามที่โง่เขลาแบบนี้ เขาก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “เจ้าใช้สมองคิดหน่อยไม่ได้หรือ คนที่เกลียดเขาที่สุดคือเฉาไทเฮา หากเฉาไทเฮาถูกบังคับให้พักผ่อนอย่างสงบที่ภูเขาวั่นโซ่ว เพียงแค่เขาแต่งงานกับเจียงเซี่ยน ก็เป็นลูกเขยของพวกเราแล้ว ถึงเวลานั้นเขาคิดจะก่อกบฏ แม้พวกเราจะไม่ช่วยเขา ก็ไม่มีทางช่วยฝ่าบาทได้แล้วเช่นกัน…”
“ทำไมพวกเจ้าถึงต้องแต่งงาน! แต่งงานอยู่เรื่อย!” หวังจ้านคำรามเสียงต่ำอยู่ น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว “แค่แต่งงานก็ได้หมดหรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมยังมีคนมากมายเปลี่ยนจากมิตรกลายเป็นศัตรู?”
เจียงเจิ้นหยวนที่กำลังกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ว่าจะหาคนอย่างไรได้ยินเสียงจึงมองมาทางนี้ และเหลือบมองเจียงลวี่ครั้งหนึ่งเหมือนตักเตือน
เจียงลวี่ก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหวังจ้านอย่างกะทันหันมากเช่นกัน เขาเข้าไปลากหวังจ้านเข้าไปในมุมข้างๆ และเอ่ยเสียงเบาว่า “เจ้าเป็นบ้าอะไรน่ะ?”
หวังจ้านนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซืออย่างเซื่องซึม และไม่เอ่ยสิ่งใด
เจียงลวี่เห็นเขาเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกว่าเขาน่าสงสารเล็กน้อย จึงอดที่จะเอ่ยช้าลงไม่ได้ว่า “อาจ้าน เจ้าไปนอนสักครู่เถอะ! ต่อไปถึงจะเป็นงานที่ลำบาก พวกเราทุกคนต้องพักผ่อนให้เพียงพอและสะสมกำลัง”
“ข้ารู้แล้ว!” หวังจ้านพูดจ้อไม่หยุด และหันตัวออกจากห้องหนังสือ
เจียงลวี่รีบสั่งให้เด็กรับใช้ตามไป ส่งหวังจ้านไปที่ห้องพักแขก
เจียงเจิ้นหยวนนั้นส่งผู้ใต้บังคั