่ง ข้าจะให้หลิวตงเยว่พาท่านออกไปเดินเล่นสักหน่อย อีกหนึ่งเค่อพวกเราจะออกเดินทาง” แล้วก็เรียก “หลิวตงเยว่” และเอ่ยว่า “เจ้าออกมาก่อน ให้อวิ๋นหลินบอกเจ้าว่าไปทางไหน”
ทั้งสองคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สบตากันครั้งหนึ่ง หลิวตงเยว่ก็ออกไปจากรถม้าอย่างว่าง่าย
หลี่เชียนขึ้นมาบนรถม้า และถามเจียงเซี่ยนด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “เหนื่อยหรือไม่?”
“เหนื่อย!” เจียงเซี่ยนพิงหมอนอิงใบใหญ่อย่างเกียจคร้าน และเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนประชดว่า “ข้าบอกว่าเหนื่อยแล้วเจ้าจะจอดพักอย่างนั้นหรือ?”
หลี่เชียนได้ยินก็เงียบไปชั่วครู่ และเอ่ยว่า “จอดพักไม่ได้ก็จริง แต่เจ้าสามารถนอนสักตื่นได้ เวลาเดินทางพอนอนก็จะรู้สึกว่าเวลาไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น”
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถามนางว่าเหนื่อยหรือไม่จะมีความหมายอะไร?
เจียงเซี่ยนเบือนหน้าไปทางอื่น เหมือนขี้เกียจที่จะสนใจเขา
หลี่เชียนยิ้มอย่างจนใจ และออกไปจากรถม้า
หลิวตงเยว่คลานเข้ามา และเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านหญิง ข้างหน้ามีหมู่บ้านเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง พวกเขาไปหาผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว และยืมส้วมในบ้านของผู้ใหญ่บ้านคนนั้น…”
ความนัยที่แฝงในนั้นก็คือ รถม้าตั้งใจจอดที่นี่โดยเฉพาะ เพื่อให้เจียงเซี่ยนได้เข้าห้องน้ำ
เจียงเซี่ยนสีหน้าแดงก่ำ ทว่ากลับจำเป็นต้องรับความหวังดีของหลี่เชียน ไม่อย่างนั้นอีกเดี๋ยวนางก็จำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้ในพงหญ้าข้างทางแล้ว เช่นนั้นนางยอมกลั้นใจตายดีกว่า
หลิวตงเยว่ประคองนางล