อใจ จึงเลื่อนกล่องใส่ขนมหลากชนิดที่ใส่ขนมโก๋อยู่บนโต๊ะชาไปใกล้มือนาง และเอ่ยเหมือนขอโทษว่า “บ้านเกิดข้าอยู่ที่เฝินหยาง แต่หลังจากท่านพ่อยอมจำนนและสวามิภักดิ์ ก็ปิดบ้านเก่าที่เฝินหยางไว้ แล้วก็ไม่กล้าซ่อมแซม บ้านจึงทรุดโทรมอย่างหนัก หลังจากท่านพ่อรับตำแหน่ง พวกเรากลับไปไหว้บรรพบุรุษที่บ้านเกิด ท่านฝูอวี้ให้ท่านพ่อสร้างบ้านเก่าขึ้นมาใหม่ บอกว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง พวกเราไม่อยู่บ้านเกิดตั้งหลายปี อย่างไรก็ต้องแสดงให้เห็นว่ากลับมาบ้านเกิดพร้อมความสำเร็จ ดังนั้นการสร้างบ้านเก่าจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว”
“ท่านพ่อก็เห็นด้วย”
“และเอาเงินมาห้าหมื่นตำลึง เตรียมจะสร้างบ้านเก่าขึ้นมาใหม่ พวกเราทั้งครอบครัวจึงอาศัยอยู่ที่กองบัญชาการ”
“แต่ข้ารู้สึกว่ากองบัญชาการมีคนไปมาตลอด ก็ไม่ค่อยดี จึงซื้อบ้านหลังหนึ่งที่มีเรือนสี่เรือนในตรอกเล็กๆ หลังกองบัญชาการ แม้จะไม่ใหญ่นัก ทว่าเก็บกวาดแล้วก็ไม่เลวทีเดียว…”
เจียงเซี่ยนสีหน้าฉายแววงุนงง และเอ่ยว่า “เจ้าอยากพูดอะไรกันแน่?!” และเอ่ยอีกว่า “ข้าว่าวันนี้เจ้าแปลกมาก พูดนอกเรื่อง และเหมือนจะพูดมากเป็นพิเศษด้วย”
หลี่เชียนได้ยินก็นั่งตัวตรง และมองนางด้วยสีหน้าเคารพมาก หน้าตาแลดูจริงจังและสง่างาม แล้วเอ่ยว่า “เป่าหนิง เจ้ายินดีไปซานซีกับข้าหรือไม่?”
“อะไรนะ?” เจียงเซี่ยนกะพริบตาปริบๆ รู้สึกเหมือนตนเองฟังผิดไป
หลี่เชียนจึงเอ่ยอีกครั้ง “เป่าหนิง เจ้ายินดีไ