กควบคุมโดยราชสำนัก ต่อให้เป็นพ่อค้าใหญ่มีเงินก็ซื้อไม่ได้
ในหกศาสตร์ที่สุภาพบุรุษต้องเรียนรู้[2]นั้น การขี่ม้าและการยิงธนูเป็นเพียงสิ่งที่ผู้เรียนมากมายได้ยินมาตั้งนานแล้ว
หลิวตงเยว่ยิ้มและเอ่ยว่า “เจ้าของหมู่บ้านนี้ก็มีหัวคิดอยู่บ้าง”
เจียงเซี่ยนหัวเราะเสียงดัง และเอ่ยว่า “หลิวตงยเว่ ทำไมเจ้าเหมือนคนไม่มีความคิดเป็นของตนเองเลย ข้าพูดอะไรเจ้าก็ตอบตาม?”
หลิวตงเยว่ยิ้มอย่างเก้อเขิน และเอ่ยว่า “ก็เพราะข้าน้อยมีความรู้น้อยมิใช่หรือขอรับ? ท่านหญิงห้ามหงุดหงิดเด็ดขาด ตอนนี้ข้ากำลังหัดเขียนหนังสือกับแม่นมเมิ่งอยู่นะขอรับ!”
สาเหตุที่ไทฮองไทเฮาเลือกเมิ่งฟางหลิงเป็นนางในระดับสูงของวังฉือหนิง ก็เป็นเพราะเมิ่งฟางหลิงเป็นลูกหลานของเมิ่งจื่อ ค่อนข้างมีความรู้ สามารถร่างราชโองการ คัดลอกคัมภีร์ และจัดการจดหมายที่ติดต่อกันแทนไทฮองไทเฮาได้ แถมยังช่วยสอนการบ้านให้เจียงเซี่ยนได้ด้วย
เจียงเซี่ยนได้ยินก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง
นางไม่ได้รำคาญหลิวตงเยว่
ตรงกันข้าม นางยังชอบหลิวตงเยว่มากด้วย ไม่อย่างนั้นนางก็คงจะไม่ให้เขาช่วยทำงานให้นางครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน
ชาติก่อน เขารับใช้อยู่ข้างกายหลิวเสี่ยวหม่านตลอด เรื่องที่หลิวเสี่ยวหม่านเป็นโรคขา เขาก็เป็นคนคิดหาทางแจ้งให้นางทราบ ก็ถือว่าเขาใส่ใจและมีน้ำใจเช่นกัน
หลิวเสี่ยวหม่านรับลูกบุญธรรมอย่างเขาไว้ก็ไม่เสียหาย
เจียงเซี่ยนลุกขึ้นยืน และเกาะแขนที่หลิวตงเยว่ยื่น