เลือดลมพลุ่งพล่าน จนอยากจะตบจ้าวอี้ลงไปในทะเลสาบคุนหมิง
เพียงแต่นางยังไม่ทันทำอะไร ไทฮองไทเฮาก็ก้าวเข้าไปอยู่ข้างกายจ้าวเซี่ยวโดยมีหย่งเซิ่งคอยประคองแล้ว ไทฮองไทเฮาล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมากดหัวไหล่ที่เลือดไหลไม่หยุดของจ้าวเซี่ยวไว้ พลางเอ่ยอย่างน้ำตาคลอและสะอึกสะอื้นว่า “เด็กดี เจ็บมากใช่หรือไม่?”
จ้าวเซี่ยวรีบเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮาตรัสเกินไปแล้ว ไม่เจ็บพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมพูดไม่เก่งเอง จึงทำให้ฝ่าบาทพิโรธ ฝ่าบาทจะลงโทษก็ถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ไทฮองไทเฮามองอยู่น้ำตาก็เกือบจะร่วงลงมาแล้ว และเอ่ยกับจ้าวอี้ว่า “ฝ่าบาท อายุเท่าไรแล้ว ทำไมยังทำตัวเหมือนเด็ก คุยกันไม่ถูกคอก็ตีกัน ไม่ว่าอย่างไรซื่อจื่อจิ้งไห่โหวก็ตระกูลเดียวกับฝ่าบาทเช่นกัน ฝ่าบาทก็ต้องเห็นแก่หน้าผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง จะลงมือกับเขาแบบนี้ไม่ได้! นี่หากเป็นอะไรไปขึ้นมา จะไม่เสียพระทัยในภายหลังงั้นหรือ?”
“จ้าวเซี่ยวทำผิด ฝ่าบาทแค่สั่งสอนเขาก็พอแล้ว แต่จะลงมือด้วยพระองค์เอง และทำให้ตำหนักเหรินโซ่วเปื้อนเลือดไปด้วยไม่ได้! ถึงฝ่าบาทจะเป็นฮ่องเต้หนุ่ม ทว่าปกติเวลาพวกขุนนางใหญ่ในราชสำนักเอ่ยถึงมีใครไม่ชมว่าฝ่าบาทหนักแน่นบ้าง นี่หากให้พวกขุนนางใหญ่ในราชสำนักรู้เข้า พวกเขาจะมองฝ่าบาทอย่างไร? ฝ่าบาทรีบระงับโทสะ และไปพักผ่อนที่ตำหนักข้างๆ สักครู่เถอะ” นางเอ่ยพลางมองไปรอบด้าน หวังจะหาใครสักคนที่สามารถขัดขวางจ้าวอี้ได้
สยงจื้อเหวินกับจั่วอี่หมิงไม่อยู