หดหู่อยู่ช่วงหนึ่ง ยังดีที่ไป๋ซู่เขียนจดหมายมาหานาง บอกนางว่าหลังจากตนเองกลับจวนทุกอย่างเรียบร้อยดี ฮูหยินเป่ยติ้งโหวถึงกับซ่อมแซมเรือนที่เมื่อก่อนปีหนึ่งนางก็อยู่ไม่กี่วันแต่เก็บเอาไว้ตลอดขนานใหญ่ อาจจะเพราะคิดว่าเรื่องราวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ต่อให้เวลานี้ฮูหยินเป่ยติ้งโหวจะไม่เต็มใจแค่ไหน ไป๋ซู่ก็ไม่อาจตัดขาดจากเฉาเซวียนได้แล้วเช่นกัน นางจึงไม่ต่อว่าเฉาเซวียนและตระกูลเฉาอีก ความกลุ้มใจเพียงอย่างเดียวก็คือเฉาไทเฮาส่งแม่นมคนหนึ่งมาสอนจากในวัง ซึ่งมักจะท้าทายนางว่าตรงนี้ผิด ตรงนั้นไม่ถูก หากไม่ใช่ว่านางอาศัยอยู่ในวังฉือหนิงมาหลายปี และรู้กฎในวังเป็นอย่างดี ก็เล่นงานแม่นมคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้นไปตั้งนานแล้ว
ไป๋ซู่คิดว่าต่อไปนางแต่งเข้าจวนเฉิงเอินกงต้องใช้ชีวิตลำบากอย่างแน่นอน
เจียงเซี่ยนหัวเราะเสียงดัง
นางรู้นิสัยของไป๋ซู่
ชาติก่อนตอนที่ไป๋ซู่แต่งเข้าจวนจิ้นอันโหว ถึงจะลำบากขนาดนั้นก็ดูแลตนเองเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นเฉาเซวียนที่นางเจอในชาตินี้…ในมุมมองของเจียงเซี่ยน ต่อให้เฉาเซวียนเลวแค่ไหน ก็ไม่อาจหลงอนุภรรยาจนละเลยภรรยาเอกได้เช่นกัน มีฐานะแบบนี้ ไป๋ซู่ก็คงจะไม่ใช้ชีวิตลำบากมากนัก
เจียงเซี่ยนตอบจดหมายไป๋ซู่ว่า ให้นางเตะแม่นมคนนั้นไปในทีเดียว แสดงฝีมือให้ตระกูลเฉาดูล่วงหน้า ถึงอย่างไรตระกูลเฉากก็ไม่มีทางถอนหมั้น
ไป๋ซู่ส่งจดหมายมาว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้นาง ‘ขอคำแนะนำ’ เรื่องกฎ