นางติดตามรับใช้อยู่ข้างกายไทฮองไทเฮาตลอด ทั้งอ่อนโยน เชื่อฟัง และน่าเอ็นดู
จ้าวอี้เห็นแล้วก็รู้สึกว่าหากน้องสาวของตนเองเป็นเช่นนี้ตลอดไปได้ก็ดี
เขาอยู่จนถึงเวลารับมื้อเย็น จึงถือโอกาสอยู่รับมื้อเย็นที่วังฉือหนิงเสียเลย จนกระทั่งอาหารมื้อเย็นหมดแล้ว เขาก็ยังคงออดอ้อนและกอดแขนไทฮองไทเฮาไว้และจะอยู่คุยต่ออีก
แต่พวกเจียงลวี่กลับอยู่ต่อไม่ได้แล้ว
จ้าวอี้จึงให้พวกเขาออกไปและอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาเอง
ไทฮองไทเฮาเห็นว่าในห้องไม่มีคนอื่นแล้ว ถึงเอ่ยว่า “ฝ่าบาทมีเรื่องจะคุยกับหม่อมฉันหรือเปล่า?”
“ใช่แล้ว!” จ้าวอี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อีกสองสามวันข้าอยากไปเล่นบนน้ำแข็งที่ทะเลสาบสือช่ากับพวกเจียงลวี่ เสด็จย่าก็ให้เป่าหนิงไปกับพวกเราด้วยเถอะ! ข้ารับรองว่าจะดูแลนางอย่างดี ไม่ให้นางหนาว”
ไทฮองไทเฮาขมวดคิ้ว จ้าวอี้ดึงแขนเสื้อของไทฮองไทเฮาและเอ่ยว่า “อนุญาตเถอะ! เสด็จย่าอนุญาตเถอะ!”
นางยังคงไม่อนุญาตเช่นเดิม แต่เอ่ยว่า “ไว้หมอหลวงเถียนตรวจชีพจรให้เป่าหนิงแล้วค่อยว่ากัน”
จ้าวอี้ยิ้มพลางเอ่ยขอบคุณไทฮองไทเฮา แล้วเอ่ยทีเล่นทีจริงว่า “เสด็จย่า เสด็จแม่รังเกียจที่ข้าโง่มาตั้งแต่เด็ก มีแต่เป่าหนิงที่ยอมเล่นเป็นเพื่อนข้าทุกครั้ง หากข้ากับเป่าหนิงเป็นเช่นนี้ตลอดไปได้ก็ดี หลานชายกับหลานสาวของท่านต่างอยู่ข้างกาย ท่านก็ไม่ต้องเป็นห่วงข้าและเป็นห่วงเป่าหนิงอีกแล้ว”
ไทฮองไทเฮาได้ยินในใจพลันเกิดความกลัว
นี่ฮ่องเต้อ