ดูแล้วก็รู้สึกว่าเจียงเซี่ยนพูดจามีเหตุผล
นางไม่ปฏิเสธอีก และรับไว้อย่างใจกว้าง พลางเอ่ยว่า “เป่าหนิง ข้าจะไม่พูดอะไรกับเจ้ามาก บุญคุณอันยิ่งใหญ่ของเจ้าข้าจดจำไว้แล้ว”
เจียงเซี่ยนเม้มปากยิ้ม และไม่เอ่ยสิ่งใด
นางช่วยเพื่อนทีเดียวสองคน นางถึงจะเป็นคนที่ไม่ขาดทุนหรือเปล่า?
“ถ้าเจ้ามีเรื่องอะไรก็มาหาข้าได้เลย!” เจียงเซี่ยนเอ่ย “สองหัวดีกว่าหัวเดียว”
ไป๋ซู่พยักหน้า
ทั้งสองคนจูงมือกันออกจากตำหนัก
ไทฮองไทเฮาส่งคนมาเรียกพวกนางไปห้องอุ่นตะวันออก บอกว่าองค์หญิงเฉียนอันมาแล้ว
ชาติก่อนเจียงเซี่ยนไม่รู้จักองค์หญิงเฉียนอันผู้นี้ด้วยซ้ำ
ได้ยินบรรดาศักดิ์ก็รู้แล้วว่าไม่เป็นที่โปรดปราน
แต่ชาตินี้ไทฮองไทเฮากลับเอ่ยถึงป้าของนางผู้นี้ขึ้นมา ไม่รู้ว่ามีแผนการอะไร
ไป๋ซู่กับเจียงเซี่ยนไปพบองค์หญิงเฉียนอัน
องค์หญิงเฉียนอันน่าจะอายุเพียงสามสิบห้าสามสิบหกปี แต่ท่าทางกลับเหมือนคนอายุสี่สิบเจ็ดสี่สิบแปดปี นางสวมเสื้อกันหนาวแขนยาวที่มีซับในสีแดงเข้ม และสวมมงกุฎไก่ป่าหางยาว ผิวขาวผ่องทว่าหน้าตากลับซีดเซียว ท่าทางเชื่องช้าและระมัดระวังมาก พอเจอเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ มุมปากเดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบอยู่ชั่วครู่ ถึงเอ่ยว่า “ไม่กีปีท่านหญิงก็โตขนาดนี้แล้ว อีกสองปีก็น่าจะเข้าพิธีปักปิ่นแล้วใช่หรือไม่? ท่านนี้คงเป็นท่านหญิงชิงฮุ่ยคุณหนูใหญ่แห่งจวนเป่ยติ้งโหวใช่หรือไม่? หน้าตาสะสวยจริงๆ!”
พูดจาไม่ค่อยคล่องนัก แสดงว่าเป็นคนไม่ค่