ล้วกัน ถึงอย่างไรพวกนางก็รับใช้ข้ามาหลายปีแล้ว ข้าก็เรียกใช้จนชินแล้วเช่นกัน”
เจียงเซี่ยนจึงให้หลิวตงเยว่ไปจัดการเรื่องนี้
ผ่านไปเพียงสองวัน หลิวตงเยว่ก็จัดการเรื่องนี้เรียบร้อย
เจียงเซี่ยนกำลังให้รางวัลเขาอยู่ ก็มีนางในเข้ามาเอ่ยว่า “ท่านหญิง ขันทีหลิวหัวหน้าขันทีท้องพระคลังขอเข้าพบเจ้าค่ะ”
“หัวหน้าขันทีท้องพระคลัง?” เจียงเซี่ยนงงเล็กน้อย และไม่เข้าใจว่าเขามาหาตนเองด้วยเรื่องอะไร?
หลิวตงเยว่รีบเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “เพราะอดีตหัวหน้าขันทีท้องพระคลังถูกจับได้ว่าแอบขโมยของไปขาย จึงเปลี่ยนหัวหน้าใหม่แล้วขอรับ คนนี้สกุลหลิว ชื่อชิงหมิง เดิมทีเป็นหัวหน้าขันทีฝ่ายซักล้าง ไม่รู้ว่าใช้เส้นสายใคร จู่ๆ ก็ถูกย้ายมาเป็นหัวหน้าที่ท้องพระคลัง ถึงแม้ท้องพระคลังจะเทียบฝ่ายซักล้างไม่ได้ แต่เป็นคนรับใช้ที่วังหลัง หากโชคดี อาจจะถูกย้ายไปวังเฉียนชิงก็ได้…”
ฝ่ายซักล้าง สกุลหลิว?!
ใบหน้าที่ดูท่าทางหน้าตาซื่อและจริงใจ ทว่านัยน์ตากลับทอประกายปรากฏขึ้นมาในความทรงจำของเจียงเซี่ยน
ตอนนั้นแค่รู้สึกว่าเขาทำงานเป็น คิดไม่ถึงว่าเวลาเพียงไม่กี่วัน เขาก็คิดหาทางย้ายมาที่วังหลังได้แล้ว
คนๆ นี้ดูถูกไม่ได้
ไม่รู้ว่าเขามาหานางทำไม?
เจียงเซี่ยนอยากรู้เล็กน้อย จึงให้คนเรียกเขาเข้ามา
หลิวชิงหมิงไม่ได้มาคนเดียว
ข้างหลังเขายังมีขันทีอีกสี่ห้าคน ในมือของขันทีเหล่านั้นต่างถือห่อผ้าที่พันด้วยผ้าไหมหังสีน้ำเงินสดใส
ทีนี้ไม่เพี