เจียงเซี่ยนจึงเรียกหลิวเสี่ยวหม่านเข้ามา และเอ่ยว่า “ขันทีเสี่ยวหม่าน ให้ข้ายืมตัวหลิวตงเยว่หน่อยเถอะ! ข้ามีงานให้เขาทำ!”
ตอนนางเจ็ดแปดขวบเคยเรียกหลิวเสี่ยวหม่านว่า ‘ขันทีเสี่ยวหม่าน’ ตอนหลังโตแล้ว บุคลิกน่าเกรงขามและจริงจังมากขึ้นทุกวัน ก็ไม่เคยเรียกหลิวเสี่ยวหม่านแบบนี้อีกเลย
ความสุขที่เผยออกมาในน้ำเสียงของเจียงเซี่ยนอย่างมากมายทำให้เขามีความสุขไปด้วย เขายิ้มตาหยีและตกลงอย่างเร็วมาก พลางเอ่ยอย่างดีใจว่า “ท่านหญิงจะทำอะไรหรือขอรับ? จะให้ข้าช่วยหรือไม่?”
ท่านหญิงเจียหนานมีรอยยิ้มบนหน้า ไทฮองไทเฮามีความสุข นางก็มีความสุขแล้ว ทั้งวังฉือหนิงก็จะผ่อนคลายและน่าอยู่ขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจู่ๆ เฉาไทเฮาก็มอบอำนาจคืนให้ฮ่องเต้ ชีวิตในวังฉือหนิงก็จะสบายมากขึ้นแล้ว
“ตอนนี้ยังไม่ใช้” เจียงเซี่ยนรู้ว่าคนที่สามารถเป็นถึงหัวหน้าขันทีในวังได้อย่างพวกเขานั้น แต่ละคนต่างมีฝีมือเป็นของตนเอง นางจึงไม่เกรงใจหลิวเสี่ยวหม่าน และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หากหลิวตงเยว่ทำต่อไปไม่ได้แล้ว คนที่เป็นอาจารย์อย่างเจ้ายังสามารถมองอยู่เฉยๆ ได้งั้นหรือ!”
“นั่นก็จริงขอรับ!” หลิวเสี่ยวหม่านค้อมตัว และยิ้มจนตาปิด
นางในและขันทีที่รับใช้เจียงเซี่ยนในห้องโดยสารบนเรือต่างก็ยิ้มออกมา