งที่น่ากลัวแล้ว หากรับมือไม่ระวังก็เกรงว่าจะถูกตระกูลเจียงกิน และฮ่องเต้ยังอาจจะซาบซึ้งกับความจงรักภักดีของเจียงเจิ้นหยวนด้วย
หลังจากล้มล้างราชสำนัก เป็นครั้งแรกที่เฉาไทเฮามองจ้าวอี้ด้วยสายตาจริงจัง และเอ่ยเสียงทุ้มว่า “เช่นนั้นฝ่าบาทคิดจะทำกับข้าอย่างไรล่ะ?”
จ้าวอี้ตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ผ่านไปครู่หนึ่งถึงตั้งสติได้ และเอ่ยตามผลที่ปรึกษาหารือกับวังจี่เต้าว่า “เสด็จแม่ ข้าไม่ได้คิดที่จะทำให้เสด็จแม่ลำบากอย่างแน่นอน ข้าเพียงแต่หวังว่าเสด็จแม่จะเสด็จไปอยู่เป็นเพื่อนเสด็จย่าที่วังฉือหนิงได้ ส่วนเรื่องในราชสำนักก็มอบให้ข้าแล้วกัน เสด็จแม่ไปวังฉือหนิง นอกจากไม่ต้องว่าราชการตอนเช้าแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม…ของที่เสด็จแม่ใช้ประจำ นางในและขันทีที่รับใช้เสด็จแม่ก็จะไปวังฉือหนิงพร้อมกับเสด็จแม่โดยไม่ขาดแม้แต่คนเดียว ข้าก็จะปรนนิบัติเสด็จแม่ทุกวันทั้งเช้าและเย็นเช่นกัน จะไม่ให้ทำให้เสด็จแม่เหงาและโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน”
พูดได้น่าฟัง อย่างนั้นเจียงเจิ้นหยวนกับไทฮองไทเฮามีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
นางเข้าไปอยู่ในวังฉือหนิงแล้ว เกรงว่าจะทำให้คนลงมือได้สะดวกขึ้น และตายอย่างเงียบเชียบได้ง่ายขึ้น
เฉาไทเฮาเอ่ยว่า “สถานที่ใหญ่เท่าฝ่ามืออย่างวังฉือหนิง และเป่าหนิงก็อยู่ที่นั่นด้วย เจ้าจะให้ใครย้ายที่ให้ข้า! หลายปีนี้ข้าก็ถือว่าทุ่มเทความคิดและจิตใจ เพื่อราชวงศ์สกุลจ้าวของพวกเจ้าเช่นกัน ในเ