ึกสงสารเล็กน้อย จึงคิดแล้วเอ่ยว่า “ไม่งั้นก็ทูลไทฮองไทเฮาว่า ไปและกลับวันนั้นเลย ไม่ตามขบวนเสด็จไป”
“ได้! ได้!” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “งั้นเจ้ารีบไปถามให้ข้าว่าวันนั้นฝ่าบาทประทับที่ไหน? ข้าไม่อยากอยู่กับพวกสตรีบรรดาศักดิ์ พวกนางมักจะชอบล้อมเฉาไทเฮาแล้วคุยนั่นคุยนี่ ข้าตอบก็ผิด ไม่ตอบก็ผิด…”
หลิวเสี่ยวหม่านยิ้มให้เจียงเซี่ยนอย่างเข้าใจ และเอ่ยว่า “ข้าจะไปถามให้ชัดเจนเดี๋ยวนี้ขอรับ”
เจียงเซี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจ
หลิวเสี่ยวหม่านถึงออกไป
เมื่อไม่มีอะไรทำไปชั่วขณะ ไป่ซู่จึงเอ่ยว่า “ไม่งั้นพวกเราเล่นหมากล้อมกันไหม?”
เจียงเซี่ยนเล่นหมากล้อมได้ไม่เลวทีเดียว แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าการเล่นหมากล้อมใช้สมองและเวลามากเกินไป นางจึงไม่รู้สึกสนใจ
ไป๋ซู่เสนอความเห็นอีก “ไม่งั้นพวกเราไปเล่นไพ่ที่ห้องอุ่นตะวันออก?”
ไทฮองไทเฮาเพิ่งจะส่งเฉาไทเฮาออกไป เป็นช่วงที่ต้องการความสงบพอดี ต้องไม่อยากเล่นไพ่อย่างแน่นอน
ไป๋ซู่คิดแล้วก็เอ่ยว่า “ไม่งั้นพวกเราไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงดีกว่า อย่างไรก็ไม่มีธุระอะไร และเดี๋ยวฟ้าก็จะมืดแล้ว”
อากาศของเมืองหลวง พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงก็กลายเป็นกลางวันสั้นกลางคืนยาว พอเลยยามโหย่วแล้วท้องฟ้าก็จะค่อยๆ มืดลง
เจียงเซี่ยนลังเลอยู่ชั่วครู่ และเอ่ยว่า “ข้าว่าไม่เอาดีกว่า พวกเราต่างคนต่างพักในห้องสักครู่แล้วกัน อีกเดี๋ยวเสด็จยายก็จะเรียกพวกเราไปรับประทานอาหารค่ำแล้ว”
ไป๋ซู