ณ์ของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง
เมื่อได้ยินว่าเฝ่ยไป๋ลู่เองก็เข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรกเช่นกัน เหมียวจื่ออั๋งจึงรู้สึกประหลาดใจ ‘มาใหม่เหมือนกัน ทำไมเธอถึงสงบนิ่งขนาดนี้?’
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับอิทธิพลของเฝ่ยไป๋ลู่ หัวใจที่เต้นเร็วของเขาจึงค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง
“นี่ชุดไว้ทุกข์ใช่ไหม? แค่สวมไว้บนตัวก็โคตรโชคร้ายแล้ว…” เหมียวจื่ออั๋งตื่นตระหนกทันทีเมื่อเห็นสีขาว อยากจะถอดชุดไว้ทุกข์ออก
“ฉันแนะนำนายว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม” คำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้มือของเหมียวจื่ออั๋งหยุดชะงักได้สำเร็จ เขาทำหน้าเศร้า “งั้นฉันต้องใส่มันตลอดเลยเหรอ?”
“อืม” เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก “ไปกันเถอะ หาที่ที่มีคนอยู่แล้วสอบถามถึงสถานการณ์กัน”
เมื่อท้องฟ้ามืดลง การเคลื่อนไหวจะถูกจำกัด นอกจากนี้อัตราความเสี่ยงในป่าก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน เธอต้องตามหากานว่างให้เจอโดยเร็วและถามเกี่ยวกับสถานการณ์
เธอรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าสถานที่แห่งนี้แปลก ๆ
โดยเฉพาะความมืดไร้สิ้นสุดซึ่งทอดยาวสุดสายตานั่น
“พวกเราควรเดินไปที่ไหนในที่รกร้างว่างเปล่านี้ล่ะ? ถ้าเดินผิดทางหรือว่าหลงทางแล้วจะทำยังไง?” เหมียวจื่ออั๋งถามอย่างเต็มไปด้วยความกลัวต่อโลกภายนอก และเสนอความเห็นอย่างหวาดกลัวว่า “ทำไมไม่อยู่ดูสถานการณ์ก่อนล่ะ?”
“ก็ได้ งั้นนายก็อยู่ที่นี่แล้วกัน ฉันจะไปดูคนเดียว” เฝ่ยไป๋ลู่เห็นว่าเขากลัว จึงไม่ได้บังคับ แล้วเธอก็เดินตรงไปทางทิศใต