่เราไม่รู้นั้นน่ากลัวที่สุดเสมอ
เฝ่ยไป๋ลู่มองเหมียวจื่ออั๋งที่กลัวจนตัวสั่นด้วยความเซ็งจนพูดไม่ออก นิกายเต๋าใดปลูกฝังลูกศิษย์ให้ขี้ขลาดได้ขนาดนี้?
“ฉันจะไปดูเอง นายหลบตรงนี้แหละ ถือยันต์คุ้มภัยเอาไว้แล้วอย่าขยับ” เธอหยิบยันต์ออกมาแล้วมอบให้เหมียวจื่ออั๋ง
เหมียวจื่ออั๋งเองก็รู้ว่าตัวเองเสียหน้า แต่เขาก็รับมันมาราวกับได้รับสมบัติล้ำค่า
เฝ่ยไป๋ลู่เดินเงียบ ๆ ตรงไปยังทิศทางที่มีเสียงดังมาจากระยะไกล เมื่อเข้าไปใกล้ เสียงก็ชัดเจนและแจ่มชัดมากขึ้นอีก เป็นเสียงกรอบแกรบที่เกิดจากเหยียบพื้น และเสียงเสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าด
‘เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว’
‘สัตว์งั้นเหรอ?’
เฝ่ยไป๋ลู่กลั้นหายใจ
‘ไม่… ไม่ใช่สัตว์ เสียงดังเอี๊ยด ๆ นั่นเห็นได้ชัดว่าเป็นเสียงที่เกิดจากการเสียดสีของไม้เมื่อรับน้ำหนัก’
‘มีคนกำลังเคลื่อนย้ายบางอย่าง? ย้ายอะไรล่ะ?’
เวลานี้เอง จู่ ๆ เสียงกรอบแกรบได้หยุดลง
“แค่ก ๆ…” เสียงชายชราไออย่างรุนแรง ราวกับจะไอให้ปอดหลุดออกมา
เฝ่ยไป๋ลู่มองเห็นที่ซ่อนตัวของเหมียวจื่ออั๋งอย่างชัดเจน กองหญ้าสั่นสะเทือนอย่างแรง เห็นชัดเลยว่าตกใจกลัวมาก
“คุณปู่ พักสักเดี๋ยว ดื่มน้ำสักหน่อยก่อน”
ซูม่านม่านลูบหลังแล้วป้อนน้ำให้เขา
ปู่ซูค่อย ๆ ดีขึ้นแล้วหยุดไอ เขาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากและพูดเสียงแหบพร่า “ไม่ดื่มแล้ว พวกเรารีบส่งคนออกไปเถอะ ถ้าถึงกลางคืนแล้วจะลำบาก”
ซูม่านม่านบุ้ยปาก “คนนอกพวกนี้ ไม่อ่านปร