าณว่าไว้ไม่ใช่เหรอว่าลูกสาวเหมือนพ่อ? เธอเหมือนหลิงเซียว นั่นก็เป็นเรื่องปกติมากอยู่แล้ว
หลิงเซียวอารมณ์ดีสุดขีดอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อก่อนเขารอคอยหลิงหลานเอ่ยปากมาตลอด แต่ครั้งนี้เขาเอ่ยถามออกมาเองว่า “หลิงหลาน ลูกพ่อ ลูกมาคราวนี้ต้องการให้พ่อแก้ไขข้อสงสัยอะไรให้ลูกล่ะ?”
หลิงหลานส่ายศีรษะกล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่มี เพียงแต่ผมมาบอกพ่อว่า มีความไปได้สูงว่าในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเราจะไม่สามารถเข้ามาที่นี่ได้”
หลิงเซียวได้ยินคำพูดก็ตกใจ “เพราอะไร?”
หลิงหลานเอ่ยด้วยรอยยิ้มขื่นว่า “ผมต้องกลับคฤหาสน์ ที่นั่นไม่มีอุปกรณ์ล็อกอินที่ล็อกอินเข้าสู่มิติเสมือนจริงของสถาบันลูกเสือโดยเฉพาะ ถ้าคิดจะเข้ามา ก็ยุ่งยากอยู่บ้าง”
สีหน้าตื่นเต้นยินดีแต่เดิมของหลิงเซียวค่อยๆ หายไป แววตาของเขาฉายแววโศกเศร้าออกมาวูบหนึ่ง เพราะว่ามันแวบผ่านรวดเร็วมากเกินไป หลิงหลานที่จมอยู่ในอารมณ์ของตัวเองไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องนี้เลย
หลิงเซียวเงียบไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็เอ่ยปากพูดว่า “ลูกจะไปประมาณเมื่อไหร่?”
หลิงหลานลอบประเมินเวลารักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายตัวเอง “อย่างเร็วสุดคือหนึ่งเดือนให้หลัง” หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน ต่อให้อาการบาดเจ็บภายในของร่างกายยังไม่หายดี แต่เธอก็ควรจะออกมาจากในแคปซูลรักษาได้แล้ว
“ถ้างั้นหนึ่งเดือนนี้ พยายามเอาเวลามาที่นี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” หลิงเซียวกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาที่ไม่มีรอยยิ้ม