รื่องนี้อย่างสมบูรณ์แบบ” ขอเพียงไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายยอมแพ้ขอความช่วยเหลือ ต่อให้เผลอลงมือฆ่าฝ่ายตรงข้าม ทางสถาบันก็ไม่สามารถลงโทษเขาได้เหมือนกัน “หัวหน้า พวกนายออกไปก่อนชั่วคราวก็ได้” เขาไม่อยากให้มีคนพูดพร่ำตอนเขาฆ่าคน ต่อให้เป็นหัวหน้าทีมก็เหมือนกัน
จางจิงอันมองหยวนเฉินอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง แล้วก็เอ่ยว่า “ก็ได้…” เขาพูดจบก็พุ่งตัวออกจากสถานที่แห่งนี้ไป พวกสือฉือมองหยวนเฉินที่อยู่ด้านล่างแวบเดียว ก็ตามจางจิงอันจากไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อพวกจางจิงอันจากไปแล้ว เซี่ยอี๋ที่เดิมทีมีรอยยิ้มเต็มเปี่ยมอยู่บนใบหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมาโดยพลัน เขากล่าวกับเสี่ยวหมิงในชุดขาวที่อยู่ด้านหลังว่า “นายรีบออกไปจากที่นี่ซะ…”
“ไม่ได้ ฉันทิ้งนายจัดการเขาคนเดียวไม่ได้ พวกเราสู้ด้วยกันเถอะ” เสี่ยวหมิงในชุดขาวทำหน้าเด็ดเดี่ยว เขาคิดว่าพวกเขาสองคนร่วมมือกันย่อมมีโอกาสชนะมากกว่าคนเดียว
“ขอร้องล่ะ นายได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วนะ ยังจะสู้ยังไงได้อีก? นอกจากนี้ พอนายไม่อยู่แล้ว ฉันก็หนีได้ง่ายขึ้นนะ การหนีคือเรื่องถนัดที่สุดของฉัน อย่ามาถ่วงแข้งถ่วงขาฉันน่า” เซี่ยอี๋อดกลอกตาไม่ได้ บางครั้งมีน้ำใจมากเกินไปก็เป็นปัญหาเหมือนกัน
“จริงเหรอ?” เสี่ยวหมิงในชุดขาวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“จริงอยู่แล้วสิ…รีบๆ ไปเร็วเข้า…” ใบหน้าเซี่ยอี๋เต็มไปด้วยความรังเกียจ โบกมือให้เสี่ยวหมิงในชุดขาวที่อยู่ด้านหลังอย่างหมดความอดทนราวกับไล่แมล