ำลังยืนโจ่งแจ้งอยู่ในสถานที่สะดุดตาแห่งหนึ่ง ชุดเครื่องแบบสีแดงสดบนตัวแสดงให้เห็นถึงระดับห้องเรียนของพวกเขา สมาชิกทีมหนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยใบหน้าตกใจขณะมองดูเด็กหนุ่มในกลุ่มคนหนึ่งที่มีสีหน้าเคร่งขรึม
“ก็แค่กลุ่มนักเรียนปีเจ็ด มีค่าพอให้พวกเราซ่อนตัวด้วยเหรอ?” เด็กหนุ่มหน้าเคร่งเครียดไม่ได้ตอบ แต่ลูกทีมอีกคนที่อยู่ข้างกายพูดพลางยักคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย ไม่เอาสิ่งที่เรียกว่าการต่อสู้ประจัญบานมาใส่ใจ
“ได้ยินว่าฉีหลงที่เป็นอันดับหนึ่งของพวกเขาร้ายกาจมาก….” ลูกทีมที่มีสีหน้าตกใจเอ่ยเตือน
ไม่รู้ว่าทำไมเขารู้สึกมาตลอดว่ามีอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา ถึงแม้เขาไม่รู้ว่านี่คืออะไร แต่มีหลายครั้งที่เขาพึ่งพาสัมผัสแบบนี้ทำให้เขาผ่านพ้นวิกฤติไปได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และคราวนี้ ความรู้สึกถึงอันตรายรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อก่อนอีก เพียงแต่เขาไม่สามารถพูดมันออกมาได้ เพราะว่าพูดออกมาแล้วก็ไม่มีใครในทีมยอมเชื่อเขา
“ปีที่แล้ว เขาท้าประลองกับเด็กปีแปด หรือก็คือหลูจิ้ง อันดับหนึ่งของปีเก้าในตอนนี้แล้วก็พ่ายแพ้ไป ส่วนหลูจิ้งก็ไม่สามารถรับมือหัวหน้าได้สามสิบกระบวนท่า พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหัวหน้าแน่นอน” ลูกทีมอีกคนเอ่ยแย้ง
“ใช่แล้ว หัวหน้าเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ที่เข้าสู่ระดับพลังปราณเพียงคนเดียวของสถาบันลูกเสือในตอนนี้! เขาเป็นนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบัน!” ลูกทีมอีกคนกล่าวด้วยใบหน้าที่เผยความเลื่อมใสออก