ที่อ่อนเยาว์กว่าพวกเขาเล็กน้อย ทว่าด้านหลังเขากลับมีเด็กสาวกับเด็กหนุ่มอายุเท่าเขายืนอยู่หลายคน มีทั้งชุดเครื่องแบบสีแดงและสีขาว
“ว่าไง ฉีหลง นายคิดจะรับผิดชอบเรื่องนี้เหรอ?” นักเรียนห้องเอชั้นปีสิบคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยัน
ฉีหลงยิ้มกว้างเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาและกล่าวว่า “รุ่นพี่ ไม่ว่าเรื่องมันเกิดขึ้นยังไง ตอนนี้ตีก็ตีกันไปแล้ว ด่าก็ด่าไปแล้ว ควรจะหยุดมือกันแล้วใช่ไหม?” ฉีหลงไม่ได้กลัว เพียงแต่ถ้าทะเลาะกันต่อไป ต่อสู้กันจริงๆ ขึ้นมา เพื่อนนักเรียนหญิงหลายคนของห้องบีจะต้องประสบหายนะได้รับบาดเจ็บแน่นอน เดิมทีที่เขายื่นมือออกมาขัดขวางก็ไม่อยากเห็นพวกเธอได้รับบาดเจ็บนะ
“ฉีหลง กล้าดีนักนะ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้มาพูดกับรุ่นพี่?” คนผู้นั้นถูกคำพูดที่แฝงไปด้วยกระดูกทิ่มแทงของฉีหลงจนเด้งตัวขึ้นมาด้วยโทสะ ด่าออกมาเสียงดังลั่น
“รุ่นพี่ นายก็คิดมากเกินไปแล้ว!” มุมปากของฉีหลงเผยรอยยิ้มหยันออกมา เวลานี้ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่า เดิมทีอีกฝ่ายก็ตั้งใจจะก่อเรื่องให้ใหญ่ คิดจะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ให้พวกเขาชั้นปีเจ็ดที่เพิ่งเข้ามาในเขตระดับสูง!
“ฉีหลง! นาย…” ท่าทีแบบนี้ของฉีหลงทำให้นักเรียนปีสิบเดือดดาลมาก นี่เป็นนักเรียนที่เข้ามาใหม่ในเขตระดับสูงเหรอ? คิดถึงตอนแรกที่พวกเขาเพิ่งจะเข้ามาและถูกรุ่นพี่ปีสิบกลั่นแกล้ง ท่าทีของพวกเขาเคารพนอบน้อมสุดขีด ทำไมพอถึงตาพวกเขาแล้วกลับเจอ