ืนหยัดอยู่ได้นานขนาดนี้ ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความสามารถของชิวเอ้อร์เหนียงแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวยุทธภพที่เดินทางไปมาเหล่านี้ล้วนมีนิสัยแปลกประหลาด หงุดหงิดง่าย และไม่ยอมใคร หากฝีมืออ่อนแอกว่านี้สักหน่อยก็คงคุมไม่อยู่
ผลคือพอมาถึงร้านของชิวเอ้อร์เหนียง ทุกคนกลับเชื่องเหมือนแมว คิดดูก็รู้ว่าต้องใช้ชีวิตคนไปถมมามากขนาดไหน
เสี่ยวเอ้อร์ยกเหล้าและอาหารขึ้นมา ที่นี่ห่างไกลผู้คนไม่มีของดีอะไร แต่กู้เฉิงไม่ได้กินอาหารร้อนๆ เป็นเรื่องเป็นราวมาหลายวันแล้ว หลังจากคุยกับโค่วอันตูสองสามคำ เขาก็ก้มหน้าก้มตากินทันที
ทันใดนั้นประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมา
หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีเดินเข้ามา สีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย ใต้ซี่โครงยังมีเลือดซึมออกมา เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส
ชาวยุทธภพนอกรีตส่วนใหญ่เพียงแค่เหลือบมองแวบเดียวก็ก้มหน้าลงต่อ
ในสถานที่อย่างแคว้นหนานอี๋ หน่วยพิทักษ์ราตรีไม่ได้มีความพิเศษอะไรนักหนา พวกเขาถึงกับมองหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นเพียงสำนักฝึกตนสำนักหนึ่งไปแล้ว เพียงแต่เป็นสำนักฝึกตนที่มีผู้หนุนหลัง ไม่สามารถทำลายล้างให้หมดสิ้นไปได้อย่างแท้จริง
แต่ชายร่างผอมแห้งสูงโปร่งคนหนึ่งที่ดูเหมือนโครงกระดูกกลับลุกขึ้นยืนทันที เขายิ้มอย่างโหดเหี้ยม “นี่มันท่านผู้ตรวจการณ์ราตรีหลินเสวี่ยหรันของเรานี่นา ทำไมถึงกลายเป็นสภาพนี้ไปได้
เจ้ายังจำได