นนี้หนีออกมาก่อนที่จงหลินและคนอื่นๆ จะตายเสียอีกและก็เป็นจงหลินและคนอื่นๆ ที่สั่งให้เขามาที่เมืองหลินอันเพื่อร้องเรียนโดยเฉพาะผู้บำเพ็ญเพียรทั้งแคว้นตงหลินต่างก็รู้นิสัยของเซี่ยอันจือคนนี้ดังนั้นพวกเขาก็ยังคิดว่า รอให้ต้านทานกู้เฉิงไว้ได้แล้วจะต้องไปฟ้องที่เมืองหลินอันให้ได้ ทำให้เรื่องใหญ่โตขึ้น แล้วก็ทำให้กู้เฉิงคนนี้เดือดร้อนจนถึงที่สุดผลคือพวกเขายังไม่ทันจะได้เห็นวันที่กู้เฉิงโชคร้าย ก็ไปพบยมบาลกันหมดแล้ว
เซี่ยอันจือชี้ไปที่ศิษย์ของสำนักเต๋าเสวียนคนนั้น พูดเรียบๆ “พูดมาสิ เจ้าทุกข์มาร้องขอความเป็นธรรมแล้ว”พูดจบ เซี่ยอันจือก็ยังยกถ้วยชาขึ้นมา ราวกับเตรียมจะดูละครกู้เฉิงหันไปมองศิษย์ของสำนักเต๋าเสวียนคนนั้น “เจ้าบอกว่าข้าทำลายสำนักเต๋าเสวียนของเจ้า หลักฐานอยู่ที่ไหน”ศิษย์ของสำนักเต๋าเสวียนคนนั้นพูดอย่างโกรธเคือง “หลักฐานรึทั้งสำนักเต๋าเสวียนถูกทำลาย ประตูสำนักถูกเผา ทั้งหมดนี้ข้าเห็นกับตาตัวเอง ยังต้องมีหลักฐานอะไรอีก”กู้เฉิงพยักหน้า “โอ้ เข้าใจแล้ว เช่นนั้น เจ้าเองก็คือหลักฐานสินะ”พูดจบ มือขวาของกู้เฉิงก็กลายเป็นแขนซากศพดำโดยตรงแขนซากศพสีดำหยาบกระด้างก็บีบคอของศิษย์ของสำนักเต๋าเสวียนคนนั้น บิดคอของอีกฝ่ายจนหักโดยตรงในทันที แม้แต่จะไม่ให้อีกฝ่ายได้ร้องโหยหวนออกมาโยนศพในมือลงกับพื้นอย่างสบายๆ กู้เฉิงก็พูดเรียบๆ “ตอนนี้หลักฐานไม่มีแล้ว”ทุกคนต่างก็ยืนนิ่งอยู่ที่นั่น รวมถึงเซี่ยอันจื