เพียงไม่นาน ฉู่หยางก็มาถึงเรือนกุ้ยฮวาตามคำเชิญอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในห้องโถงหลัก เสียงกรีดร้องแหลมสูงสลับกับเสียงก่นด่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสียงข้าวของตกแตกกระจายก็ดังกึกก้องเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ
ฉู่หยางก้าวข้ามเศษกระเบื้องเคลือบราคาแพงที่แตกละเอียดเกลื่อนพื้นห้องโถงอย่างใจเย็น ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าน้องสาวของตนที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“เยว่เอ๋อร์ พอได้แล้ว สงบสติอารมณ์ของเจ้าเสีย ก่อนที่เรื่องนี้จะถึงหูท่านพ่อและทำให้ทุกอย่างแย่ไปมากกว่านี้”
ทันทีที่ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดันของพี่ชาย ฉู่ซือเยว่ที่กำลังเงื้อมือจะขว้างถ้วยชาอีกใบก็พลันชะงักค้างทันที ท่าทีพยศร้ายเมื่อครู่มลายหายไปเกินครึ่ง นางยอมลดมือลงแต่โดยดี ทว่าอกเสื้อยังคงกระเพื่อมไหวรุนแรงตามแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่น
“พี่ใหญ่! ท่านรู้เรื่องนี้แล้วใช่หรือไม่? ท่านแม่จะรับนังชั้นต่ำนั่นเป็นบุตรีภรรยาเอก! ท่านแม่ต้องเสียสติไปแล้วเป็นแน่…”
ฉู่หยางไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขาเดินเข้าไปกุมมือน้องสาวที่ยังคงสั่นเทาด้วยโทสะ แล้วจูงนางให้ไปนั่งลงที่เก้าอี้มุมห้องโถงเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นชายหนุ่มจึงปรายตามองไปยังมู่เถาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ไม่ไกล โดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดออกมาแม้แต่คำเดียว มู่เถาก็เข้าใจความ