าทีที่ดูเย็นชาเช่นนี้ได้
นี่ต้องเป็นเพราะนังลูกอนุไปพูดเป่าหูอะไรบางอย่างกับท่านแม่เป็นแน่!
ฉู่ซือเยว่ตวัดสายตาดุดันไปมองน้องสาวต่างมารดาทันทีด้วยความโกรธแค้น นางก้าวเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายฉู่หลันแล้วตวาดใส่เสียงดัง
“เจ้าพูดอะไรกับท่านแม่! เจ้าใส่ร้ายอะไรข้ากัน!”
“ข้า…ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยเจ้าค่ะพี่หญิง” ฉู่หลันตอบเสียงสั่นเครือ ร่างเล็กหดเกร็งด้วยความหวาดกลัว
แม้จะได้ยินเช่นนั้น ทว่าฉู่ซือเยว่กลับไม่เชื่อแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อกวาดสายตามองเห็นว่ายามนี้ฉู่หลันสวมใส่อาภรณ์ไหมเนื้อดีงดงาม และมีเครื่องประดับล้ำค่าประดับกายซึ่งแม้แต่นางเองก็ยังไม่มีครอบครอง เพลิงริษยาก็ยิ่งโหมกระหน่ำในใจจนคุมสติไม่อยู่
“นังแพศยา!”
ฉู่ซือเยว่ปัดถ้วยน้ำแกงร้อน ๆ บนโต๊ะใส่ฉู่หลันทันทีอย่างเกรี้ยวกราด ฉู่หลันจึงรีบหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว คิดว่าน้ำแกงร้อนจัดนั้นจะต้องราดรดใส่ตัวนางเป็นแน่ ทว่ารออยู่นานกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ
เมื่อเด็กสาวลืมตาขึ้น ก็พบกับแผ่นหลังเหยียดตรงของหลิวอันเซียงที่กำลังยืนปกป้องนางเอาไว้ หญิงสาวใช้แขนเสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นเลิศรับถ้วยน้ำแกงนั้นแทน ทำให้น้ำแกงสาดกระจายเปียกปอนไปทั่วแขนเสื้อจนเลอะเทอะและทิ้งคราบแดงเป็นวงกว้าง
“ท่านแม่! ท่านแม่เป็นอย่