างไรบ้างเจ้าคะ!” ฉู่หลันร้องออกมาด้วยความตกใจและเป็นห่วง
ฉู่ซือเยว่เองก็ตกใจไม่แพ้กัน มือที่เพิ่งปัดถ้วยน้ำแกงไปพลันสั่นระริก นางไม่เคยคิดว่าท่านแม่จะเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องนังลูกอนุชั้นต่ำถึงเพียงนี้ ความหวั่นเกรงต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปของมารดาทำให้นางเอ่ยเสียงสั่น
“ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะท่านแม่”
หลิวอันเซียงไม่ได้สนใจรอยเปื้อนบนกายแม้แต่น้อย ดวงตาของนางพลันฉายแววอันตรายอย่างน่าหวาดหวั่น ก่อนจะตวาดใส่เสียงเข้มจนทำให้คนทั้งห้องพากันสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ฉู่ซือเยว่! คุณธรรมที่พึงมีหายไปไหนหมด! มารยาทเจ้าโยนทิ้งไปแล้วหรืออย่างไร!”
ฉู่ซือเยว่หน้าซีดเผือดลงทันที นางไม่เคยเห็นท่านแม่โกรธถึงเพียงนี้มาก่อน เห็นทีคราวนี้นางคงทำเรื่องเกินเลยไปแล้วเป็นแน่
“ท่านแม่ ข้า…”
“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง! พาตัวคุณหนูใหญ่ไปคุกเข่าที่หน้าเรือนสามชั่วยาม!”
หลิวอันเซียงสั่งการเสียงเย็น ไม่คิดสนใจสีหน้าตื่นตระหนกของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหมุนกายกลับมาสำรวจดูเนื้อตัวของฉู่หลันอย่างนึกเป็นห่วง
“หลันเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่?”
“ข้า ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะท่านแม่” ฉู่หลันเอ่ยตอบอย่างอ้ำอึ้ง เนื่องจากนางยังคงตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ไม่เพียงแต่ฉู่หลันเท่านั้น ทั้งฉู่ซือเยว่หร