แต่ไม่มีช้อนป้อนเจียงตั่วเลย!
เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เก็บอุปกรณ์จำเป็นไว้ในมิติให้มากขึ้น
แต่… เธอหรี่ตาลง ในเมื่อไม่มีช้อน แต่ยังมีปากอยู่นี่
เธออมน้ำไว้ในปาก แล้วก้มลงบีบกรามของเจียงตั่ว ป้อนน้ำเข้าปากเขาแบบปากต่อปาก…
สำหรับคนที่หมดสติ ไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่านี้แล้ว!
น้ำไท่สุ้ยแก้วใหญ่ไม่มีเหลือแม้แต่หยดเดียว
ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง น้ำเกลือของเจียงตั่วยังไม่หมด เฉียวปินก็กลับมา
เขาเหงื่อท่วมตัว นำเสื้อผ้าเปลี่ยนและปลาที่หมิงจูต้องการมาให้ และยังนำน้ำไท่สุ้ยใส่กระติกทหารสีเขียวจากบ้านของหมิงจูมาด้วย
หมิงจูเห็นว่าเฉียวปินดูวิตกกังวลมาตั้งแต่วานซืน เธอก็เลยชวนเขาคุยสบายๆ สักพัก
เฉียวปินรู้สึกว่าน้ำเสียงสบายๆ ของหมิงจูช่วยปลอบประโลมจิตใจ คิ้วจึงคลายปมลงบ้าง
เขาเดินผ่านร้านอาหารของรัฐ เลยซื้อหมั่นโถวแป้งขาวสองลูกกับหมูสามชั้นพะโล้ครึ่งถ้วยมาให้หมิงจู “พี่สะใภ้ อย่าอดนะครับ กินอะไรรองท้องไปก่อน”
หมิงจูมองอาหารตรงหน้าแล้วขมวดคิ้ว “คูปองของคุณก็ไม่มาก ทำไมยังซื้ออาหารแพงๆ แบบนี้อีกล่ะคะ ฉันเกรงใจจะตายไป”
“พี่สะใภ้ ตอนผมอยู่ที่บ้านพี่ ได้กินอาหารอร่อยกว่านี้ตั้งเยอะนะครับ อย่าเกรงใจกันเลย รีบกินเถอะ”
หมิงจูยิ้มให้ และรับมาโดยไม่รีรอ
เฉียวปินนึกอะไรขึ้นมาได้ก็พูดอ