างครั้งก็พลิกอิฐดินดิบ และนำอิฐดินดิบที่ตากแห้งแล้วเก็บกลับเข้าลานบ้านเพื่อจัดเรียงให้เป็นระเบียบ
ตกเย็นวันนั้น หลังทานข้าวเสร็จ หมิงจูก็ปูที่นอนเรียบร้อยแต่เช้า แล้วนั่งรอเจียงตั่วกลับมาจากไปอาบน้ำที่แม่น้ำ
ทันทีที่เจียงตั่วเข้ามาในห้อง เขาก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ และดวงตาที่มองมาทางเขา และเดาได้ทันทีว่าเธอมีเรื่องจะพูด
“มีอะไรเหรอ?”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปในตัวเมืองหน่อย”
เจียงตั่วคิดถึงถั่วที่แช่อยู่บนเตาในครัว แล้วถามเธอว่า “ไปขายเต้าหู้เหรอ?”
หมิงจูประสานมือเข้าหากัน แล้วเริ่มประจบประแจงทันที “ผู้กองเจียงเก่งจริงๆ ฉันแค่ขยับก้น คุณก็รู้แล้วว่าฉันจะทำอะไร”
เจียงตั่ว “พูดดีๆ!”
เดี๋ยวก็สุภาพ เดี๋ยวก็หยาบคาย
หมิงจูหัวเราะคิกคัก “ตอนแรกฉันตั้งใจจะทำเต้าหู้ให้เสร็จตอนเช้า ตอนเที่ยงจะปั่นจักรยานเข้าไปในเขตตลาด แล้วค่อยนั่งรถไปตัวเมืองเพื่อขาย แต่ฉันก็กลัวว่าจักรยานจะถูกขโมยไปจากเขตตลาด ดังนั้น… พรุ่งนี้ตอนเที่ยงคุณช่วยปั่นจักรยานไปส่งฉันหน่อยสิคะ”
“เต้าหู้ก็ขายได้ที่เขตตลาดหรือในหมู่บ้านนะ”
หมิงจูส่ายหน้า “หมิงต้าโหย่วกลั่นแกล้งฉัน จัดสรรงานที่ทำไม่ได้ให้ ก็แค่ต้องการให้ฉันอยู่ว่างๆ ไม่มีคะแนนแรงงาน แล้วหัวเราะเยาะฉันไม่ใช่เหรอ? ฉันจะไม่ยอมให้พวกเขาได้หั