ย่างจริงใจใช่ไหม?
เจียงตั่วรับของชิ้นนั้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วเหมือนนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้ เขาจึงถอดจี้หยกสายสีดำที่ห้อยคออยู่ออกมาส่งให้หมิงจู
“นี่ก็เป็นมรดกตกทอดในตระกูลของฉัน ให้เธอเป็นของหมั้นแล้วกัน”
สองวันนี้ที่หมิงจูตามเจียงตั่วไปทำงานที่คันดินกั้นน้ำ เธอก็สังเกตเห็นเชือกสีดำที่คอเขา ตอนแรกเธอสงสัยมาตลอดว่าห้อยอะไรอยู่ แต่ตอนนี้… มันกลายเป็นของเธอแล้ว
นี่คือจี้หยกเหอเถียน [*] ขนาดประมาณสามสี่เซนติเมตร เนื้อหยกดีมาก ด้านหนึ่งแกะสลักพระสูตรมหายาน อีกด้านแกะสลักดอกบัว ดูท่าทางราคาไม่เบาทีเดียว
เธอส่ายหน้า “ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป คุณเก็บไว้เถอะค่ะ”
“นี่เป็นของที่สะใภ้ตระกูลเจียงควรมี เธอต้องรับไว้นะ”
พอได้ยินแบบนี้ หมิงจูก็ไม่อยากเกรงใจอีกแล้ว เพราะเธอเป็นสะใภ้ตระกูลเจียงจริงๆ
เธอเชิดหน้าขึ้น ยิ้มหวานปรากฏรอยบุ๋มเล็กน้อยบนแก้ม แล้วพูดอย่างมีชีวิตชีวาว่า “งั้นคุณก็ใส่ให้ฉันสิคะ”
ถือว่าเป็นการสวมแหวนแต่งงานให้เธอไปเลย เพราะในยุคนี้ยังไม่นิยมสวมแหวนแต่งงานกัน!
เมื่อเห็นเจียงตั่วยังนิ่ง หมิงจูมองก็เหมือนเห็นความคิดของเขา พอเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เธอก็แกล้งหยอกเขาว่า “ยืนนิ่งทำไมคะ หรือว่าเสียดายที่จะให้ฉันแล้ว?”
“ไม่ใช่… มันไม่เหมาะสม เธอควรใส่เ