ารองครักษ์เสื้อแพรกลับมิได้โกรธ จึงอดลอบปาดเหงื่อเย็นมิได้
เคราะห์ดีที่เมื่อครู่นี้ข้ามิได้กระทำหยาบคายต่อเด็กสาวนางนี้…
ถานเอ๋อร์กระโดดพรวดขึ้นมา โหนตัวกับอานม้าของผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร นางแกว่งเท้าไปมา เริ่มเล่นแง่ขึ้นมา “พาข่อยเข้าไปแหม พาข่อยเข้าไปแหม พาข่อยเข้าไปแหม…”
บรรดาองครักษ์ทนมองกันมิได้แล้วจริงๆ
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมุมปากกระตุก “เจ้าลงมา!”
ถานเอ๋อร์แค่นเสียงเอ่ยว่า “ข่อยบ่ลง!”
แผลบนหน้าข้ายังไม่หายเลย เจ้าคิดว่าข้าไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นรึ
หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าลู่ฮูหยิน ข้าจะฆ่าเจ้าเสียเดี๋ยวนี้แล้ว!
“เกิดอะไรขึ้น”
เสียงสตรีน่าเกรงขามสายหนึ่งแว่วมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรกับถานเอ๋อร์พากันหันไปมองรถม้าที่แล่นมา
ภายในรถมีฮูหยินสำรวมกิริยานางหนึ่งเดินลงมา
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรพลิกกายลงจากหลังม้า ประสานมือทักทาย “หวังฮูหยิน”
ถานเอ๋อร์ฟุบอยู่บนอานม้า โคลงศีรษะมองนาง
หวังฮูหยินมองนางแวบหนึ่ง ก่อนถามผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรว่า “แม่นางท่านนี้คือ…”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรรีบบอกกล่าวจุดประสงค์และตัวตนของถานเอ๋อร์ให้ฟัง อีกฝ่ายเป็นฮูหยินของใต้เท