เขาด้วย”
เป่าซูอดรนทนไม่ไหวอ้าปากกว้าง อ้า
ลู่หยวนหยักยกมุมปาก “อ้อ? ถ้อยคำนี้หมายความว่าอย่างไร”
เมิ่งเชียนเชียนป้อนเป่าซูอย่างเคยชิน “เขาสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงที่ชายแดน ฆ่าเขาตอนนี้ ผู้คนย่อมไม่พอใจ อีกทั้งเป่ยเหลียงกับต้าโจวก็ทำศึกกันมาหลายปี เดี๋ยวยอมจำนนเดี๋ยวรุกรานใหม่ซ้ำไปซ้ำมา พูดไม่เป็นคำพูด ไร้ยางอายสุดแสน ตรงกับความต้องการของเป่ยเหลียงพอดี”
“เจ้ารู้จักเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ”
ลู่หยวนยิ้มมีเสน่ห์แฝงอันตราย เสน่ห์นั้นเป็นเสน่ห์ที่มีมาแต่กำเนิด ส่วนตัวอันตรายนั้นฝังอยู่ในกระดูก
เมิ่งเชียนเชียนตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าว่า “ตระกูลลู่มีตำราพิชัยสงครามไม่น้อย ข้าน้อยครองตนเป็นม่ายมาห้าปี อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำจึงอ่านเล่นๆ”
ลู่หยวนดึงสายตากลับมา ถามอย่างไม่ใคร่ใส่ใจว่า “แล้วถ้าข้าจะฆ่าเขาให้ได้เล่า”
เมิ่งเชียนเชียนชะงัก “เช่นนั้นข้าน้อยคงมีแต่ต้องสวมชุดไว้ทุกข์ให้สามีอีกสามปี”
ลู่หยวนเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนว่า “วางใจได้ ข้าไม่ฆ่าเขาหรอก”
“ขอบังอาจถามผู้บัญชาการใหญ่ จะจัดการเช่นไรหรือ”
“ละเว้นโทษประหารได้ แต่โทษทัณฑ์คงยากจะเลี่ยง โบยยี่สิบไม้ ลดยศตำแหน่ง และตัดสิทธิ์บำเหน็จรางวัล…”
ครั้นลู่หยวนเอ่ยมาถึงประโ