ียนเดินหลงเพราะตามหาลู่หลิงเซียว
“ใครจะไปกินลง” แม่นมหลี่ถอนหายใจ เอ่ยกับปั้นซย่าว่า “เจ้าก็เหนื่อยแล้ว ไปพักสักเดี๋ยว ข้าเฝ้าก็พอ”
ปั้นซย่าไม่อยากไป
“รีบไปสิ”
แม่นมหลี่ไล่ปั้นซย่าไปแล้ว
นางก็นั่งอยู่สักพัก ก่อนจะเปลี่ยนโถน้ำร้อนให้เมิ่งเชียนเชียน เหน็บมุมผ้าห่มให้เรียบร้อย
เมิ่งเชียนเชียนหลับครานี้ไม่ค่อยสบายนัก
นางฝันร้ายอีกแล้ว
ชั่วขณะก่อนนางเหยียบย่างลงในทะเลสาบอันเหน็บหนาวเสียดกระดูก ลืมตามากลับพบว่าอยู่ท่ามกลางกองเพลิงลุกโหม เปลวเพลิงยักษ์ทะยานเสียดฟ้า นอกห้องมีแต่เสียงร้องโหยหวนเดี๋ยวดังเดี๋ยวเบา
นางถูกซ่อนอยู่ในโอ่งน้ำ ร่างสูงใหญ่สายหนึ่งขวางกั้นเปลวเพลิงที่กำลังพุ่งมา
เมิ่งเชียนเชียนสะดุ้งลุกพรวดขึ้น พบว่าม้านั่งข้างเตียงมีคนคนหนึ่งนั่งอยู่
อาภรณ์สีม่วงตลอดร่าง ศีรษะเกล้าด้วยกวานม่วง ผิวพรรณขาวซีดดั่งกระดูก ดวงตาเรียวยาวประดับยิ้มเกียจคร้าน มุมปากหยักยกขึ้นเล็กน้อย
เมิ่งเชียนเชียนมีประกายตกตะลึงวาบผ่าน ทว่าเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ก็กลับมาราบเรียบดั่งบ่อน้ำโบราณ
“เจ้ากลัวข้ารึ”
“ผู้บัญชาการใหญ่มีพลานุภาพสยบใต้หล้า ชื่อเสียงขจรไกลชวนให้ยำเกรง ผู้น้อยจะไม่กลัวได้หรือ ไม่ทราบว่า