มิ่งเชียนเชียนงดงามโดยกำเนิดแม้จะไม่ประทินโฉมผัดแป้ง คิ้วก็เรียวดั่งขุนเขา จมูกดั่งหยดน้ำ กลีบปากสีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ มีความงามและความสดใสเฉพาะวัย งดงามดุจดอกท้อ
เด็กหญิงที่เคยร่ำไห้เพราะต้องแต่งงานขจัดเสนียดจัญไรในวันวาน ได้เติบโตเป็นดรุณีที่งามสะพรั่ง
ลู่หลิงเซียวชะงักงัน
เมิ่งเชียนเชียนถามว่า “เจ้ามาทำอะไร”
ลู่หลิงเซียวรู้สึกว่าเด็กสาวนางนี้คล้ายมีสองหน้า ยามอยู่ต่อหน้ามารดานางจะเชื่อฟัง หลังจากที่ตนคุยเรื่องหว่านเอ๋อร์กับนางเมื่อคืนนี้ นางก็ไม่เคยแย้มยิ้มดีๆ ให้ตนอีกเลย
ลู่หลิงเซียวเบนสายตาหนี ก่อนเอ่ยนิ่งๆ “ท่านแม่ให้ข้ามาตามเจ้าไปกินมื้อเช้าด้วยกัน รอเจ้ากว่าครึ่งชั่วยาม[5]แล้ว ปกติเจ้าก็ตื่นสายเช่นนี้รึ”
ไม่รอให้เมิ่งเชียนเชียนตอบ ลู่หลิงเซียวก็เอ่ยว่า “ต่อไปนี้ตื่นให้เช้าหน่อย”
เมิ่งเชียนเชียนตื่นเช้ากว่าไก่อยู่ทุกวี่ทุกวัน เพียงแต่สองวันนี้เหล่าไท่จวินกับเหล่าฮูหยินไม่อยู่ที่จวน ลู่หมู่จึงให้นางนอนพักอีกสักหน่อย
เมิ่งเชียนเชียนไม่ได้โต้แย้ง
หัวใจของบุรุษหากได้ลำเอียงไปแล้ว ต่อให้ตนพูดอย่างไรก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี
ทั้งคู่ไปยังเรือนของลู่หมู่
ในความทรงจำของลู่หลิงเซียว ยา