นไปมองไป๋ซิง ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยคำถามว่าทำไม แต่ไป๋ซิงกลับแสดงท่าทีว่ามองไม่เห็นกลับมาแทน
ซึ่งในตอนนั้นเองไป๋จิ้งเฟิงก็ได้นั่งลงยังที่นั่งตรงข้ามเฉินเฟิง โดยเสี่ยวเย่ก็เดินถือถ้วยชาหลายใบออกมาจากด้านใน
“คุณชายเฉินพักอยู่ที่นี่เงียบสงบดีหรือไม่ ถ้าหากว่าตรงไหนที่ให้การดูแลไม่ทั่วถึง ก็ต้องขอคุณชายเฉินให้อภัยด้วย และหากมีเรื่องอะไรสั่งการให้ไป๋ซิงเจ้าเด็กคนนี้ไปจัดการให้ก็พอแล้ว ” ไป๋จิ้งเฟิงพูดอย่างสุภาพ
เฉินเฟิงพยักหน้ารับพร้อมตอบกลับ: “ทุกอย่างดีแล้วครับ ไม่ได้มีจุดไหนที่รู้สึกไม่สบายหรอกครับ”
ไป๋จิ้งเฟิงตอบรับ: “อย่างนั้นก็ดีแล้ว”
เสี่ยวเย่วางชาลงตรงหน้าของไป๋จิ้งเฟิงและไป๋ซิง จากนั้นจึงหันไปแอบส่งยิ้มให้กับเฉินเฟิง ก่อนจะออกมาจากตรงนั้น
ไป๋จิ้งเฟิงยกถ้วยชาขึ้นมา พลางเขี่ยใบชาที่อยู่ด้านบนออกอย่างเบามือ จากนั้นจึงจิบชาเข้าไป แต่แล้วเขากลับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขาหันไปพูดกับไป๋ซิง: “พรุ่งนี้นำเอาชาต้าหงเผาครึ่งกิโลจากคลังของฉันมาให้คุณชายเฉินหน่อยนะ ”
ไป๋ซิงตอบรับด้วยความนอบน้อม: “ครับผม”
แต่ในขณะที่ไป๋จิ้งเฟิงยิ่งแสดงท่าทีใจกว้างแบบนี้ เฉินเฟิงก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะเรื่องเล็กน้อยแน่นอน จนตัวเขานั้นแทบอยากจะหนีไปซะ เพราะยิ่งหากปัญหานั้นใหญ่มากแค่ไหน วิธีการจัดการก็จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้นเท่านั้น
แต่ในตอนนั้นเองไป๋จิ้งเฟิงก็เอ๋ยปากขึ้นมา
“คุณชายเฉิน การเดินทางม