อยู่ในมุมเรือน ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แววตาเหม่อลอย สีหน้าดำคล้ำ ไม่รู้ว่ากลัวหรือเกลียดชังกันแน่
หัวหน้าหมู่บ้านเบียดฝูงชนเข้ามา เห็นสภาพพวกนางเป็นเช่นนั้นแล้ว จึงตะโกนเสียงดังว่า “พวกเจ้าทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบวางมืออีกรึ”
หลิวซื่อและจางซื่อต่างก็พัวพันอยู่ด้วยไกล ไม่มีใครได้เปรียบใคร ทั้งสองคนเจ็บหนังศีรษะเป็นอย่างมาก อยากจะปล่อยมือออกตั้งนานแล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่มีจังหวะที่เหมาะสมเลย ตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว ถือเป็นจังหวะที่ดีที่สุด
สตรีทั้งสองนับว่าปล่อยอีกฝ่ายได้เสียที หลิวซื่อถ่มน้ำลายใส่จางซื่อครั้งหนึ่ง ก่อนจะเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าวว่า “เจ้ามันกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา อกตัญญูนัก!”
จางซื่อไม่โกรธ เพียงตอกกลับไปว่า “ใครกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคากัน ข้ากินของของเจ้า ใช้ของของเจ้ารึ หลิวกว้าหัว”
หลิวซื่อไม่หยุดปาก “แม้เจ้าจะไม่ได้กินของของข้า แต่เงินที่น้องรองหามาได้ เจ้าล้วนนำไปให้คนสกุลจางทั้งสิ้น ที่เจ้าทำมันไม่กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคาอย่างไร”
“ให้คนสกุลจางแล้วอย่างไร? เจ้าแน่จริงก็นำเงินไปให้สกุลหลิวบ้างสิ ใครห้ามเจ้าไว้กัน อีกอย่าง ผู้ชายของเจ้าไร้ความสามารถ หาเงินไม่ได้ เจ้าคงจะรู้สึกอายอยู่สินะ อยากช่วยก็ช่วยไม่ได้กระมัง โอ้ จริงสิ วันก่อนพี่ใหญ่ของเจ้ามาที่นี่ด้วย เขาบอกว่าที่บ้านไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ เลยจะมาขอยืมข้าวจากเจ้าสักหน่อย เจ้าให้เขายืมไปแล้วใช