วกว้าหัวไม่รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านหมายความว่าอะไร แต่ในเมื่อเขาให้นางพูด เช่นนั้นนางก็จะพูดอีกครั้ง โดยการแต่งเสริมเติมแต่งตรงนั้น ใส่สีตีไข่ตรงนี้ ฟังแล้วดูน่าเวทนายิ่งกว่าที่พูดให้หัวหน้าหมู่บ้านฟังเมื่อครู่อยู่หลายเท่า ราวกับว่าแม่สามีของตนที่กึ่งนอนอยู่บนพื้นในตอนนี้ได้ตายไปแล้ว แม้แต่เศษซากก็ไม่เหลือ
นางพูดน้ำไหลไฟดับ จนหญิงชราที่อยู่บนพื้นเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี เริ่มมีสติขึ้นมาได้บ้าง เพราะหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้ถามอะไรต่อ นางเองบอกให้สะใภ้ใหญ่หุบปากอยู่ตลอด ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่สนใจนางโดยสิ้นเชิง…
จนกระทั่งหลิวกว้าหัวพูดจบได้เสียที หัวหน้าหมู่บ้านและทุกคนก็เห็นว่านางช่างพูดเสียจริงๆ สตรีนางนี้ เหตุใดถึงไม่ไปเล่าเรื่องที่โรงน้ำชากัน ฝีปากเช่นนี้ไม่เลวเลย! ปะติดปะต่อเรื่องได้เป็นชุดๆ ราวกับว่ามีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นจริงๆ
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านว่าจ้าวหลานชั่วช้าหรือไม่ ฝีมือนางร้ายการเพียงใดกัน ถึงลงมืออย่างหนักกับคนที่เป็นเหมือนไม้ใกล้ฝั่งเช่นนี้ นางลงมือถึงขนาดนั้นได้อย่างไรกัน”
หัวหน้าหมู่บ้านอยากให้นางแสดงละครต่อไปยิ่งนัก แต่เห็นว่าล่วงเลยไปนานแล้ว ทุกคนล้วนยังมีงานต้องทำ ย่อมไม่อาจดูละครอยู่ที่นี่ได้ตลอด
เขามองหญิงชราที่มีสีหน้าดำคล้ำ พลางถามว่า “เจ้าได้ยินที่หลัวกว้าหัวพูดแล้วกระมัง มีอะไรอยากเสริมอีกหรือไม่”
หญิงชราถลึงตามองหลิวซื่ออย่างดุดันครั้งหนึ่ง อยากจะลุกขึ้นไปบิดใบหู