้แต่ใต้เท้านายอำเภอก็สงสัยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นข้าช่วยเจ้าเขียนหนังสือฉบับหนึ่ง เจ้าไปฟ้องร้องที่เมืองหลวงก็พอ เพราะเมืองชิงหยวนเล็กๆ ของพวกเราแห่งนี้ เกรงว่าจะตัดสินคดีของเจ้าไม่ได้แล้ว”
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องพูด “แต่ข้าขอเตือนเจ้าไว้เลยนะ ไม่ว่าจะไปฟ้องร้องที่ใด ล้วนพูดให้ตรงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ อย่าได้เป็นเหมือนเช่นตอนนี้ เจ้าสองคนประสบทุกอย่างร่วมกัน ทว่าคนรับเคราะห์กลับพูดต่างออกไปโดยสิ้นเชิง จนข้ามีลางสังหรณ์บางอย่าง ว่าพวกเจ้าสองแม่สามีและลูกสะใภ้พบโจรชั่วคนละคนกัน และทุบตีพวกเจ้าจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว”
หลิวซื่อไม่เข้าใจ “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านหมายความว่าอย่างไร”
หัวหน้าหมู่บ้านแค่นเสียง “หมายความว่าอย่างไร? ข้าหมายความว่าอยากจะขูดรีดคนอื่น อย่างน้อยก็ต้องปั้นเรื่องโกหกให้ดีเสียก่อน อย่าได้แต่งเสริมเติมแต่งเรื่องราวอย่างกระชั้นชิดตามใจชอบ เช่นนั้นจะทำให้คนจับผิดได้ง่ายยิ่ง อย่างเช่น เจ้าเล่าเรื่องของแม่สามีตนเองเสียน่าเวทนาเหลือเกิน นั่นย่อมต้องส่งหมอมาตรวจดูสักหน่อย หากตรวจไม่พบบาดแผลเช่นที่เจ้าพูด ก็ชัดเจนว่านั่นเป็นเรื่องโกหก แล้วรู้หรือไม่ว่าให้การเท็จต้องเข้าคุกนานเท่าไร”
คราวนี้หลิวซื่อถึงจะได้สติ ก่อนจะมองไปทางหญิงชราโดยที่ไม่รู้ตัว บัดนี้สายตาของหญิงชราแทบจะกลืนกินนางได้อยู่แล้ว
เมื่อครู่นางยังพึงใจกับความเฉลียวฉลาดของตนเองอยู่เลย แต่ตอนนี้เพิ่งจะรู้ว่าตนเองทำผิดเพร