พ่านในตอนกลางคืนเป็นที่สุด”
ไป๋จื่อยิ้มจาง ไม่ได้พูดอะไรให้มากความอีก เพียงกล่าวกับอู๋เจียงและหลี่เฉิงว่า “พวกท่านกินข้าวเช้าแล้วหรือยังเจ้าคะ หากยังไม่ได้กิน ก็กินอยู่ที่นี่แล้วค่อยกลับไปเถอะ”
ทั้งสองคนรีบโบกมือ “ไม่ต้องหรอกๆ ที่บ้านข้าทำอาหารไว้รอแล้ว กำลังรอพวกข้ากลับไปกิน พวกเจ้าจัดการอะไรๆ อยู่ที่นี่เถอะ หากมีเรื่องอะไรก็เรียกพวกข้าได้”
เด็กสาวพยักหน้า “ตกลงเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้ว”
หลังจากมองส่งทั้งสองคนจากไป ลุงหูก็รีบถาม “เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของคนสกุลไป๋อย่างแน่นอน เจ้าตั้งใจจะทำอย่างไร”
สายตาของไป๋จื่อมองไปยังทิศทางที่สกุลไป๋ตั้งอยู่ มุมปากยกยิ้มอยู่ตลอด “วันนี้ข้าไม่มีเวลาไปคิดบัญชีกับพวกเขาหรอกเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวข้าต้องไปดูร้านสือเค่อของเถ้าแก่เฉิน ถึงอย่างไรก็เป็นการส่งวัตถุดิบวันแรก ข้าต้องไปดูสักหน่อย ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดขึ้น”
นางเก็บสายตากลับมา แล้วพูดกับลุงหูอีกว่า “หลังจากข้าไปแล้ว ไม่ว่าใครจะมาหาข้า จะยืมรถก็ดี หรือยืมเงินก็ช่าง ท่านอย่าได้สนใจเป็นอันขาดเลยนะเจ้าคะ”
ลุงหูเข้าใจในทันที เขายิ้มไม่หุบทีเดียว “ได้ ข้ารู้แล้ว เจ้าวางใจเถอะ มีข้าอยู่ที่บ้านก็เพียงพอแล้ว”
ไม่นานนัก คนที่เถ้าแก่เฉินส่งมาก็มาถึงที่บ้าน
“นี่คือบ้านของหูจ่างหลินใช่หรือไม่” สารถีบังคับรถกล่าวถามหูจ่างหลิน ที่บัดนี้ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน
หูจ่างหลินพยักหน้า “ข้าคือหูจ่างหลิน เจ้าเป็นใครกัน”
ค