ับไปแล้วจะต้องบอกกับภรรยาที่บ้าน ว่าปีหน้าจะต้องปลูกแตงดินเช่นเดียวกัน” สารถียิ้มอยู่ตลอดเวลา
ไป๋จื่อรับเงินด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง แม้ราคานี้จะสูงกว่าราคาตลาดไม่น้อยจริงๆ แต่สูตรอาหารสี่อย่างที่นางให้กับร้านสือเค่อกลับไม่ได้รับเงินใดตอบแทน
ร้านสือเค่อสามารถขายอาหารสี่อย่างนั้นให้ได้เงินกลับมาห้าตำลึงได้ไม่รู้กี่รอบ การค้าขายในครั้งนี้จึงนับว่าได้รับผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
เถ้าแก่เฉินท่านนี้ ช่างน่าสนใจเสียจริงๆ!
หูเฟิงช่วยสารถียกแตงดินขึ้นบนรถม้าของอีกฝ่าย จากนั้นก็จัดเตรียมรถม้าของตัวเองให้เรียบร้อย
รถม้าทั้งสองคันตามหลังกันออกจากหมู่บ้านหวงถัวไป
ไป๋จื่อเพิ่งออกไป หญิงชราและหลิวซื่อก็มาหาถึงที่บ้าน พวกนางไปที่เรือนไม้ที่ไป๋จื่อและจ้าวหลานอาศัยอยู่ก่อน ทว่าเรือนไม้เปิดประตูไว้ พร้อมด้วยหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งนั่งยองซักผ้าอยู่ที่หน้าประตู
หลิวซื่อเข้าไปถาม “จ้าวหลานเล่า”
จ้าวซู่เอ๋อเงยหน้าขึ้น เห็นสตรีสองคนใช้สายตาพินิจพิจารณาตนเองอย่างไม่เป็นมิตร จึงรีบลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวกับพวกนางว่า “ท่านน้าไม่อยู่ มีธุระต้องออกไปข้างนอก พวกเจ้ามาหานางมีธุระใดหรือ”
หลิวกว้าหัวเข้าไปใกล้อีก ก่อนจะเดินวนรอบตัวจ้าวซู่เอ๋อรอบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็พิจารณาอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า “เจ้าเป็นใคร ทำอะไรอยู่ที่นี่”
“ข้าอาศัยอยู่กับท่านน้าหลานชั่วคราว ลูกของข้าป่วย ไม่มีที่ไป ทว่าแม่นางไป๋มีเมตตานัก รับครอบ